คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2480
ย่อคำพิพากษา
ยืนของไปแล้วไม่ส่งคืนเมื่อของนั้นไปตกอยู่ที่บุคคลอื่นผู้ให้ยืมย่อมมีสิทธิติดตามเอาของคืนจากบุคคลนั้นได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยที่ ๒ เป็นบิดาของจำเลยที่๑ ๆ ได้ยืมสิ่งของทองรูปพรรณไปจากโจทก์หลายอย่างรวมราคา ๔๒๘ บาท โจทก์ได้ทวงถามจากจำเลยที่ ๑ ๆ ไม่ยอมคืน โจทก์จึงไปทวงถามจากจำเลยที่ ๒ ๆ รับรองว่าสิ่งเหล่านี้อยู่ที่จำเลยเอง แต่จำเลยไม่ยอมคืน โจทก์จึงฟ้องจำเลยที่ ๑ - ๒ ขอให้ส่งสิ่งของรายนี้แก่โจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ยืมทรัพย์ของโจทก์มีหน้าที่ส่งทรัพย์เหล่านั้นคืนหรือมิฉะนั้นต้องใช้ราคา แลเมื่อปรากฎว่าทรัพย์รายนี้ตกอยู่ในมือของจำเลยที่ ๒ โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตาม และเอาคืนจากจำเลยที่ ๒ ผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ตามมาตรา ๑๓๓๖ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำเลยทั้ง ๒ คืนทรัพย์ให้โจทก์หรือมิฉะนั้นให้ช่วยกันในราคา ๔๒๘ บาทแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2480
นางสาดหรือเซาะ ครูซอ-จ
นายโฟดหรือโมฮามัดโฟร์ตที่ 1 นายโต๊ะยอหรือนะยีฮายาบินอับดุลลาที่ 2 (
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ครูซอ-จ - นางสาดหรือเซาะ · ( - นายโฟดหรือโมฮามัดโฟร์ตที่ 1 นายโต๊ะยอหรือนะยีฮายาบินอับดุลลาที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา