คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลหนึ่งที่ร่วมกันกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ และบุคคลนั้นใช้อาวุธขู่เข็ญเจ้าทรัพย์เพื่อช่วยเหลือพวกของตนที่ถูกจับกุม ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยทุกคนที่ร่วมกันกระทำความผิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
สามคนสมคบกันไปลักทรัพย์ คน 1 ใช้อาวุธขู่เจ้าทรัพย์เพื่อปล่อยตัวพวกของตัวที่ถูกเจ้าทรัพย์จับมือไว้ เป็นผิดฐานปล้นทรัพย์ทุกคน อ้างฎีกาที่ 305/2470 ที่ 385/2475 ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.218 อุทธรณ์ฎีกา คดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา ม.295 จำคุก 4 ปี 6 เดือน โจทก์ฎีกาได้ฉะเพาะปัญหาข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยกับพวกสมคบกันมาลักทรัพย์พวกจำเลย ๒ คน คอยอยู่นอกประตูเรือน จำเลยคนเดียวเข้าไปลักทรัพย์ เจ้าทรัพย์ได้ตามยื้อแย่งทรัพย์ออกมา ถึงนอกประตูที่พวกจำเลยคอยอยู่พวกจำเลยคนหนึ่งเข้าช่วยแย่งทรัพย์พาหนีไปได้ เจ้าทรัพย์จับข้อมือจำเลยไว้พวกจำเลยอีกคนหนึ่งถอดมีดปลายแหลมออกจากฝักตรงเข้ามาที่เจ้าทรัพย์ๆ ตกใจกลัวจึงปล่อยมือจำเลย ๆ ก็หนีไปได้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าจำเลยผิดฐานลักทรัพย์ตาม ม.๒๙๕ กฎหมายอาญาลงโทษและเพิ่มโทษรวม ๔ ปี ๖ เดือน
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้ฎีกาได้ฉะเพาะแต่ปัญหาข้อกฎหมาย และเห็นว่าการกระทำของพวกจำเลยนั้นเป็นไปเพื่อสดวกในการลักทรัพย์ จึงเป็นชิงทรัพย์ตาม มง๒๙๘ ฎีกาที่ ๔๓๐/๒๔๗๐ จำเลยจึงต้องรับผลแห่งความผิดฐานชิงทรัพย์ด้วย และเมื่อพวกจำเลยมีรวมกัน ๓ คนและคนหนึ่งมีมีดชักออกขุ่เจ้าทรัพย์จึงเป็นผิดฐานปล้นตาม ม.๓๐๑
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2480
อัยยการร้อยเอ็ด โจทก์
นายบุคดี เกษจังหาร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการร้อยเอ็ด · จำเลย - นายบุคดี เกษจังหาร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · มนธา · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา