คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 653/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายมาตราเดียวกับศาลชั้นต้น แต่เพิ่มโทษจำคุกให้หนักขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในสาระสำคัญ จึงเป็นข้อที่จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตาม ม. 304 - 224 ให้จำคุกตาม ม. 224 ซึ่งเป็น+หนักมีกำหนด 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดตาม ม. 224 บทเดียว ให้จำคุก 2 ปี ดังนี้เป็นแก่น้อยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จ. จำเลยซึ่งเป็นทนายโจทก์ในคดีแพ่งเรื่องหนึ่งได้สมคบกับจำเลยอื่น ๆ ปลอมใบรับเงินมายื่นต่อศาลว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยในคดีเรื่องนั้นแล้ว จึงพิพากษาให้จำคุก จ. จำเลยมีกำหนด ๑ ปี ตาม ม. ๓๐๔ - ๒๒๔ ซึ่งเป็นบทที่หนัก
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ม. ๒๒๔ แต่บทเดียวให้จำคุก ๒ ปี
โจทก์แลจำเลยที่ ๔ ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์กับจำเลยที่ ๔ ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้ เพราะศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในข้อเท็จจริง วางบทมาตราเดียว แต่แก้โทษจำคุกเท่านั้น นับว่าเป็นแก้ไขน้อย ส่วนข้อที่ขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉัอโกงนั้น เห็นว่าปราฏกแต่เพียงว่ามาขอรับโฉนดไปจากโจทก์ว่าจะจัดการยึดทรัพย์นั้นเป็นเวลาก่อนการปลอมใบรับเงินยังไม่เข้าเกณฑ์แห่งความผิดฐานฉ้อโกง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 653/2480
นางวาศ เหราบัตร์-จ
นางเฮียะ ธาราพัฒน์ที่ 1 นายยกเส็งหรือยกเซ็งที่ 2 นางกิมลี้ที่ 3 นายจำรัส
เปรื่องเวชที่ 4
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | เหราบัตร์-จ - นางวาศ · นายจำรัส - นางเฮียะ ธาราพัฒน์ที่ 1 นายยกเส็งหรือยกเซ็งที่ 2 นางกิมลี้ที่ 3 · 4 - เปรื่องเวชที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · มนธา · อมาตย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา