คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยังคงชำระค่าเช่าให้โจทก์ ถือเป็นการรับสารภาพหนี้ต่อโจทก์ ทำให้หนี้ไม่ขาดอายุความ
ย่อคำพิพากษา
กู้เงินไปแล้วเอาที่นาให้ทำต่างดอกเบี้ย ภายหลังกลับมาขอทำเป็นเช่า แม้จะได้กู้+มากว่า 10 ปี ถ้าจำเลยคง+ค่าเช่าให้โจทก์ก็ถืว่าเป็นการรับสารภาพหนี้ต่อโจทก์ คดีหาขาดอายุความไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าเมื่อกว่า ๑๐ ปีมาแล้วจำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๒๐๐ บาท แล้วยกที่นาให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย ต่อมาจำเลยกลับขอโจทก์ทำเสียเอง โดยคิดค่าเช่าให้ปีละ ๑๘ บาท จำเลยส่งเงินให้ทุกปีเพียงขาด ๖ ปี แต่เมื่อปีกลายนี้จำเลย ยังได้ผ่อนส่งให้ ๑๐ บาท บัดนี้โจทก์ฟ้องเรียกต้นแลเงินค่าเช่าที่ค้าง
จำเลยตัดฟ้องว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลขั้นต้นเห็นว่าจำเลยมิได้รับสภาพหนี้คดีขาดยายุความ
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เป็นการรับสภาพหนี้ คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ พิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์
จำเลยฎีกาว่า จำเลยมิได้ส่งดอกเบี้ยแลโจทก์มิได้ฟ้องเรียกดอกเบี้ย โจทก์กล่าวหาเป็นเรื่องค่าเช่า จะหมุนมาเป็นดอกเบี้ยแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยรับสภาพหนี้มิชอบ
ศาลฎีกาเห็นว่าเงิน ๑๘ บาทนี้จะเรียกว่าค่าเช่าหรืออะไรก็ตาม แต่ก็เป็นดอกผลที่ให้ไปเนื่องจากต้นเงิน ๒๐๐ บาท ที่จำเลยติดค้างกันอยู่นั่นเอง ศาลอุทธรณ์ฟังว่า พฤติการณ์เป็นการรับสภาพหนี้ชอบแล้ว ให้ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2480
นายลับ สังทอง-ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | สังทอง-ล - นายลับ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · อมาตย์ · ดูปลาตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา