คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2480
ย่อคำพิพากษา
ข้อสันนิษฐานเด็ดขาด หน้าที่นำสืบถ้าปรากฏว่าน้ำสุราซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของผู้ขายได้เปลี่ยนแปลงไปผู้ขายน้ำสุราเช่นนั้นมีความผิด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเป็นผู้ขายสุราน้ำสุราอยู่ ๕ โหล ทุก ๆ โหลมีดีกรีไม่ถึง ๒๘ ดีกรีตามอัตราของรัฐบาล โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับศาลชั้นต้นว่าโจทก์ไม่มีพะยานเลยว่า จำเลยเอาน้ำเจือปนสุรานี้ การที่ดีกรีลดลงไม่ใช่ความสันนิษฐานเด็ดขาดว่าจำเลยเจือปนน้ำ จำเลยสืบได้ว่าดีกรีลดเองได้ เพราะการดองยาและระเหยไปตามอากาศ จึงให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้จำเลยเป็นรับอนุญาตให้ขายสุรา ตาม ม.๙ แห่งพ.ร.บ.ภาษีชั้นในแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๖ บัญญัติไว้ชัดว่า สุราที่มีดีกรีเปลี่ยนแปลงไปนั้นถ้าอยู่ในความครอบครองของผู้ขายคนใดก็ต้องมีความผิด เมื่อกฎหมายบัญญัติเด็ดขาดไว้ดังนี้แล้ว แม้จะจริงอย่างจำเลยนำสืบก็ไม่พ้นผิด จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ให้ปรับจำเลย ๒๔๐ บาท ยืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2480
อัยยการพิษณุโลก โจทก์
นายเคติอุย แซ่ก๊วย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิษณุโลก · จำเลย - นายเคติอุย แซ่ก๊วย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา