คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากการกระทำนั้นพอสมควรแก่เหตุแล้ว ผู้กระทำไม่มีความผิด
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายขึ้นไปบนเรือนในเวลาค่ำคืน จำเลยเข้าใจว่าเป็นผู้ร้ายลักทรัพย์จึงใช้ขวานแลมีคดีผู้ตาย ๆ ถอยออกไปข้างนอก จำเลยยังติดตามไปตีอีกโดยเป็นเวลาขณะติดพันกันอยู่ ผู้ตายถึงแก่ความตายที่นั้นดังนี้ ถือ ว่าเป็นการกระทำเพื่อฟ้องกันตัวแลทรัพย์พอสมควรแก่เหตุ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ ๒๑ นาฬิกา ผู้ตายขึ้นไปบนเรือนจำเลย ๆ เข้าใจว่าผู้ตายเป็นผู้ร้ายลักทรัพย์จึงคว้าขวานแลมีคดีแลฟันผู้ตายหลายแผล ผู้ตายถอยไปที่ระเบียงเรือน จำเลยตามไปซ้ำอีกผู้ตายล้มลงถึงแก่ความตาย ณ ที่นั้น
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ขณะที่ผู้ตายได้ถอยออกไปข้างนอกจำเลยยังตามไปใช้ขวานตีซ้ำจนผู้ตาย ๆ ณ ที่นั้น เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาให้ลงโทษตาม ม. ๒๔๙ - ๕๓
ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลาค่ำคืนมืดไม่เห็นได้ว่าใครเป็นใครแลเป็นการยากที่จะชั่งใจในขณะติดพันกับผู้ร้ายอยู่นั้น เพราะไม่ปน่ว่าผู้ร้ายจะมีอาวุธอะไรหรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่าสมควรแก่เหตุขอบด้วยเหตุผลแล้ว จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 749/2480
นายนุด เริกเมือง-ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | เริกเมือง-ล - นายนุด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา