คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1008/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยร่วมกับพวกสมคบกันลักทรัพย์ แล้วจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าทรัพย์จนถึงแก่ความตาย ถือเป็นการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์
ศาลฎีกาจะลงโทษจำเลยเกินกว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมาไม่ได้ เว้นแต่จำเลยจะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยหนักขึ้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกอีก 2 คนสมคบกันมาลักกระบือของจำเลยพากระบือแล้วห่างสัก 6 วาจำเลย+ที่อยู่ก็ฟันเจ้าทรัพย์ตายดังนี้ จำเลยต้องมี+ฐานปล้นทรัพย์ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.+12,225 +จำเลยฝ่ายเดียวฎีกาพิพากษาที่ให้ลงโทษจำเลย ศาลฎีกาจะเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ได้ให้แก้เป็นให้วางบทที่หนักได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าคืนเกิดเหตุผู้ตายได้ยินเสียงสุนักข์เห่าตื่นขึ้นก็เห็นผู้ร้าย ๒ คนจูงกระบือของผู้ตายไปผู้ตายออกวิ่งตามผู้ร้ายไป จำเลยก็ออกมาเอามีดดาบฟันโดนศรีษะผู้ตายล้มลง แล้วจำเลยกับผู้ร้ายทั้ง ๒ ก็หนีไป ผู้ตายอยู่ได้ ๑๐ วันก็ตาย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ เพราะขณะฟันพวกของจำเลยไปห่าง ๖ วาแล้ว การฟันอาจอยู่นอกความมุ่งหมายของพวกจำเลย ๒ คนนั้น ความผิดของจำเลยเป็นเพียงฐานชิงทรัพย์และฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๐๐ อันเป็นบทหนักจำคุก ๒๐ ปี
จำเลยฝ่ายเดียวฎีกาในข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์ แต่เห็นว่าจำเลยสมคบกับพวกอีก ๒ คนมาปล้นโดยแบ่งหน้าที่กันมา จำเลยต้องมีผิดฐานปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์ตายตาม ม.๓๐๑ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๐๑ วรรคท้าย แต่คงให้จำคุกจำเลย ๒๐ ปี ตามศาลอุทธรณ์ เพราะโจทก์มิได้ฎีกาจะเพิ่มโทษจำเลยให้มากขึ้นมิได้ขัดต่อประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.๒๑๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1008/2481
อัยยการนครราชสีมา โจทก์
นายอิน ชิดกระโทก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครราชสีมา · จำเลย - นายอิน ชิดกระโทก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศร · นิติศาสตร์ · วิเศษ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระมนูภันช+ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพย์ปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา