คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับโทษจำคุกต่อกันนั้น จะต้องเป็นการจำคุกที่ยังไม่พ้นกำหนดโทษไปแล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุกรวม 7 คดีโดยนับ+ติดต่อกัน ในระหว่าง+าลังต้องจำในคดีที่ 4 จำเลยหลบหนีไป+ร้ายร่างกายเขาดังนี้เพิ่มโทษจำเลยมิได้เพราะการที่จำเลยต้องจำคุกครบกำหนดใน 3 คดี +นั้นไม่เรียกว่าจำเลย+พ้นโทษไปแล้วอ้างฎีกาที่ 1528/2462
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุก ๗ คดีโดยนับโทษติดต่อกัน จำเลยต้องจำครบกำหนดโทษของคดีที่ ๑-๒-๓ แล้วยังกำลังต้องจำอยู่ในคดีที่ ๔ อยู่ก็หลบหนีไปทำร้ายร่างกายเขา โจทก์จึงขอให้ลงโทษกับเพิ่มโทษจำเลย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่เพิ่มโทษจำเลย
โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษ
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีนี้จำเลยยังไม่ได้พ้นโทษไป กระทำผิดในขณะกำลังรับโทษอยู่ จึงเพิ่มโทษจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้ การที่จำเลยต้องจำคุกครบกำหนดในคดีที่ ๑-๒-๓ แต่ยังต้องจำในคดีที่ ๔ และจะต้องจำในคดี่ที่ ๕-๖-๗ ต่อไปรวดเดียวกันจะแปลว่าพ้นโทษไม่ได้ ตามนัยฎีกาที่ ๑๕๒๘/๒๔๖๒ พิพากษายืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2481
อัยยการกาญจนบุรี โจทก์
นักโทษชายทดหรือเทศ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการกาญจนบุรี · จำเลย - นักโทษชายทดหรือเทศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · อมาตย์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงวุฒิธรรม+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยารักษาประจิต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา