คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2481
ย่อคำพิพากษา
พฤตติการณ์ที่ถือว่า สมคบกันกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์เข้ากอดคอเจ้าทรัพย์แล้วแย่งสร้อยคอนั้นนับว่าเป็นกิริยาทำร้ายร่างกายด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ในวันเกิดเหตุผู้เสียหายโดยสารเรือเมล์ไปจังหวัดสระบุรี พอเรือออกจากท่าแล้วนายท้ายลุกขึ้นไปรับประทานอาหาร ฮ.จำเลยก็เข้าถือท้ายแทน แล้วจำเลยทั้ง ๓ ก็พูดจาซุบซิบกันแล้ว ม. จำเลยก็เข้ามากอดแย่งสายสร้อยคอที่ผู้เสียหายแล้วแย่งสายสร้อยไว้ได้ ถือไว้ในมือ น. จำเลยได้ช่วย ม.แย่งสายสร้อยไปจากมือผู้เสียหายได้ เล็บมือ น.จำเลยบาดนิ้วมือผู้เสียหายโลหิตซับ ฮ.จำเลยไม่ได้ช่วยในการแย่งนี้แต่เบนหัวเรือเข้าฝั่ง แล้ว ม.กับ น. จำเลยโดดขึ้นฝั่งพาสายสร้อยของผู้เสียหายหนีไป ม.จำเลยมีอาวุธมีดพกติดตัวมา ในเวลาเกิดเหตุด้วย ๑ เล่ม
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ว่าพฤตติการณ์ของ ฮ.จำเลยเป็นการเพียงพอที่จะถือว่าได้สมคบกับ น. ม. จำเลยโดยแบ่งหน้าที่ช่วยในการชิงทรัพย์รายนี้ มีความผิดฐานเป็นตัวการเช่นเดียวกัน จึงพิพากษาลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๑-๖๓
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2481
อัยยการสระบุรี โจทก์
นายหนม รอดเดชา นายโปร่าง นายแม้น นายเมี้ยน นายฮวด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสระบุรี · จำเลย - นายหนม รอดเดชา นายโปร่าง นายแม้น นายเมี้ยน นายฮวด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · มนธา · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา