คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2481
ย่อคำพิพากษา
จำเลยรับฝากเงินทองของโจทก์ไว้ ครั้นโจทก์จะเอาคืนจำเลยไม่มีให้ จึงตกลงกันว่าจำเลยจะโอนที่ดินให้แทนดังนี้เป็นลักษณการชำระหนี้ หาใช่สัญญาแปลงหนี้ไม่ เมื่อจำเลยไม่โอนที่ดินให้ต้องถือว่าจำเลยยังคงเป็นหนี้ทรัพย์ที่รับฝากโจทก์อยู่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินและทองซึ่งฝากจำเลยไว้ ในวันพิจารณาโจทก์เบิกความว่า จำเลยตกลงจะโอนที่นาหักกับเงินและทองที่ฝากจำเลยไว้ โจทก์ยินยอม
ศาลชั้นต้นพิพากษาตามคำเบิกความของโจทก์ดั่งนี้ ต้องถือว่าหนี้รายนี้ได้แปลงใหม่แล้ว การแปลงหนี้โดยพูดตกลงกันด้วยปากก็ใช้ได้ จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฏีกาตัดสินว่า ถ้อยคำที่โจทก์เบิกความนั้นเป็นลักษณะการชำระหนี้ หาใช่สัญญาการแปลงหนี้ไม่ เมื่อจำเลยไม่โอนที่ให้ก็ต้องถือว่าจำเลยยังไม่ชำระหนี้ให้โจทก์จำเลยยังคงเป็นหนี้ทรัพย์ที่ฝากโจทก์อยู่ที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพะยานโจทก์จำเลยต่อไปนั้นชอบแล้วพิพากษายืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2481
นายฮง แซ่ลี้ โจทก์
นายเบ้งลิ้ม แซ่ลี้ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฮง แซ่ลี้ · จำเลย - นายเบ้งลิ้ม แซ่ลี้ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · มนธา · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา