คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่รับทรัพย์สินที่ถูกลักมาซ่อนไว้ โดยรู้เห็นในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์เช่นเดียวกัน
ย่อคำพิพากษา
คน 1 ลักทรัพย์ที่เขาวางลืมไว้แล้วส่งให้แก่อีกคน 1 ซึ่งอยู่ใกล้กัน และรู้เห็นในการนั้นคนนั้นรับมาซ่อนไว้ เจ้าทรัพย์มาตามก็ไม่ได้คืนดังนี้ มีผิดฐานลักทรัพย์ทั้ง 2 คน อ้างฎีกาที่ 728/2458 ที่ 107/2461
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าเจ้าทรัพย์ไปซื้อของที่จำเลยที่ ๑ แล้วลืมกะเป๋าสตางค์ไว้จำเลยที่ ๑ จึงหยิบกะเป๋านั้นส่งให้จำเลยที่ ๒ ซึ่งนั่งอยู่ใกล้กัน เจ้าทรัพย์ไปได้สัก ๓ วานึกขึ้นได้จึงกลับมาถามหา จำเลยที่ ๑ ว่าไม่เห็นเจ้าทรัพย์ถามคนที่นั่งติดกับจำเลยที่ ๑ คนนั้นชี้มือมาที่จำเลยที่ ๑ เจ้าทรัพย์จึงหันมาถามจำเลยที่ ๑ ๆ ปฏิเสธแลปัดพกผ้าซิ่นให้ดู เป็นอันว่าเจ้าทรัพย์ไม่ได้ทรัพย์คืน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๒ ฐานลักทรัพย์ตาม ม.๒๙๓
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.๒๙๓
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมมือกับจำเลยที่ ๑ ภายหลัง เมื่อการลักทรัพย์สำเร็จแล้วจึงมีผิดเพียงฐานรับของโจรแต่โจทก์มิได้ฟ้องฐานนี้ จึงให้ปล่อยตัวจำเลยที่ ๒
ศาลฎีกาตัดสินว่าเมื่อเจ้าทรัพย์ลืมกะเป๋าไว้นั้น จำเลยที่ ๒ อยู่ที่นั้นได้รู้เห็นด้วยเมื่อจำเลยที่ ๑ ส่งให้จำเลยที่ ๒ ก็รับมาซ่อนไว้เจ้าทรัพย์มาถามหาก็ไม่ได้เพราะการช่วยเหลือของจำเลยที่ ๒ การลักจึงสำเร็จสมประสงค์ จึงถือว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบร่วมมือในการลักด้วย จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2481
อัยยการร้อยเอ็ด โจทก์
นางเสาวคำบุศย์ นางพา ทวีก้าน ตง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการร้อยเอ็ด · จำเลย - นางเสาวคำบุศย์ นางพา ทวีก้าน ตง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · มนธา · พลางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายลิ้ม สุทธรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - พระปรีชาวินิจฉัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา