คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2482
ย่อคำพิพากษา
จำเลยอยู่ในระหว่าง+รอการลงอาญา+อาญาจำคุกตามมาตรา 40 ได้,
+ให้ลงอาญาที่รอไว้แก่+นั้นจะต้องได้ความว่า+ต้องโทษครั้งหลังถึงจำคุก++
+มาตรา 40 ขึ้นพิจารณา+มีอำนาจใช้ดุลยพินิจ+ลำพังโดยมิต้องมีการ+มาก่อนได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาให้รอการลงอาญาไว้ครั้งหนึ่งแล้ว มากระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายขึ้นอีก โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตาม ม.๒๕๔,๗๒ แห่งกฎหมายอาญา
ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันว่าจำเลยมีความผิดตามที่โจทก์หาให้ลงโทษจำคุกและปรับแก่จำเลยแต่เปนเรื่องเล็กน้อยจึงยกโทษจำคุกเสียตาม ม.๔๐ โดยมิได้ลงอาญาที่รอไว้กับเพิ่มโทษแก่จำเลย
โจทก์ฎีกาว่าศาลยกม.๔๐ มาใช้โดยไม่ลดโทษเสียก่อนไม่ชอบและควรจะนำมาตรา ๔๒ มาใช้ด้วย
ศาลฎีกาพิพากษาว่าตาม ม.๔๐ นั้นเปนเรื่องที่ศาลมีอำนาจใช้ดุลยพินิจได้โดยลำพังโดยไม่ต้องนำมาตรา ๔๒ มาพิจารณาและก็ไม่มีข้อห้ามว่าจะต้องวางมาตราที่ลดโทษเสียก่อนเช่นนี้แล้วเมื่อศาลลงโทษเพียงปรับเท่านั้นจะนำโทษที่รอไว้มาลงอีกจึงเปนการขัดกัน เพราะ ม.๔๒ นั้นจะลงอาญาที่รอไว้ได้เมื่อต้อง คำพิพากษาครั้งหลังถึงจำคุก พิพากษาฎีกาโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2482
อัยยการปทุมธานี โจทก์
นายจาด ชิงชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการปทุมธานี · จำเลย - นายจาด ชิงชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย์ · วิเศษ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเซ่งฮั้ว ปาณฑุรังตนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทร+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา