คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 524-525/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้รับเงินไปโดยไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินนั้น ถือเป็นลาภมิควรได้ ผู้รับเงินมีหน้าที่ต้องคืนเงินนั้นแก่ผู้ให้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์แพ้ความจำเลยโจทก์ทำสัญญากับจำเลยว่าจำเลยไม่ยึดที่ดินของโจทก์+โจทก์ยอมให้เงินแก่จำเลยจำนวนหนึ่ง แต่+หลังจำเลยก็คงยึดที่ดินขายทอดตลาดไปดังนี้+ย่อมมีสิทธิเรียกเงิน+ให้จำเลยได้ฐาน+มิควรได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมจำเลยกับโจทก์พิพาทกันด้วยที่ดินศาลพิพากษาว่าที่ดินเปนของโจทก์ แต่ให้โจทก์ใช้เงินแก่จำเลย ๔๒๑๓ บาท เมื่อคดีถึงที่สุดจำเลยกับโจทก์ได้ทำสัญญากันว่า จำเลยจะไม่ยึดที่รายพิพาทขายใช้เงินตามคำพิพากษาฉะเพาะส่วนของโจทก์ จนกว่าจำเลยจะยึดที่ของคนอื่นขายได้เงินไม่พอใช้หนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ยอมให้เงินแก่จำเลยเปนราคารวมกัน ๑๐๗๖.๐๗ บาท แต่ครั้นแล้วจำเลยกลับยึดที่ของโจทก์ขายทอดตลาดไปด้วย โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาตัดสินว่าเมื่อได้ตัดสินแล้วว่าจำเลยเปนฝ่ายผิดสัญญาแล้ว โจทก์ก็ย่อมได้รับความเสียหาย เพราะจำเลยรับเงินไปจากโจทก์ยังยึดที่ของโจทก์ขายทอดตลาดอีกโจทก์ไม่ได้รับประโยชน์อย่างใดจากการชำระเงินให้จำเลยเลยโจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกเงินที่ชำระให้จำเลยไปคืนได้ ฐานลาภมิควรได้ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้เงิน ๑๐๗๖.๐๗ บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 524 - 525/2482
นายฟ้อน นางแหยม เทศดี โจทก์
พระยาคชนันทน์นิพัทธพงศ์ ที่ 1 ขุนวิวัฒนา-การ ที่ 2 นายบุญเพ็ญ ศกุนตา
ภัย ที่ 3 นายฮัวหลี ที่ 4 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฟ้อน นางแหยม เทศดี · ศกุนตา - พระยาคชนันทน์นิพัทธพงศ์ ที่ 1 ขุนวิวัฒนา-การ ที่ 2 นายบุญเพ็ญ · จำเลย - ภัย ที่ 3 นายฮัวหลี ที่ 4 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · พลางกูร · อิศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระทิพย์เบญญา · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. เสนีย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา