คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมีหน้าที่นำสืบว่าได้รับผลประโยชน์มาและแบ่งให้ผู้เป็นหุ้นส่วนไปแล้วเท่าใด
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินผลประโยชน์ที่ดินจากจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการ เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบว่าตนได้รับผลประโยชน์มาและแบ่งให้โจทก์ไปแล้วเท่าใดอย่างใด,
อุทธรณ์ฎีกา,
ฟ้องเรียกเงิน 1500 บาท ศาลชั้นต้นตัดสินให้ 200 บาท ศาลอุทธรณ์แก้ให้ 965 บาท ดังนี้เป็นแก้มากฎีกาในข้อเท็จจริงได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินผลประโยชน์จากที่ดินซึ่งเป็นส่วนของโจทก์จากจำเลยเป็นเงิน ๑๕๐๐ บาท โดยกล่าวว่าบิดาโจทก์กับสามีจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกัน เมื่อบิดาโจทก์ตายสามีจำเลยรับเป็นผู้จัดการที่ดินรายนี้หาผลประโยชน์มาแล้วไม่แบ่งให้โจทก์ บัดนี้สามีจำเลยตายจึงฟ้องจำเลย
ศาลชั้นต้นบังคับให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ ๒๐๐ บาท
ศาลอุทธรณ์แก้ให้โจทก์ได้รับ ๙๖๕ บาท
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่าการที่ศาลอุทธรณ์แก้ศาลชั้นต้นเช่นนี้เป็นแก้มากจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงได้ และเห็นว่าคดีนี้ตกเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบว่าสามีจำเลยก็ดี ตัวจำเลยก็ดีได้รับค่าเช่าเป็นผลประโยชน์ในที่ดินมากน้อยเท่าไรและได้แบ่งให้โจทก์แล้วเท่าไรเพราะสามีจำเลยได้รับหน้าที่จัดการที่ดินรายนี้ โจทก์ย่อมไม่มีหน้าที่พิสูจน์ได้ว่ามีผลประโยชน์มากน้อยเท่าไร สามีจำเลยในฐานเป้นผู้จัดการย่อมมีหน้าที่ทำบัญชีใบรับแสดงผลประโยชน์ ในที่สุดพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2482
นางสาวละมุล ที่ 1 นายสมบุญ นางสาวสมจิตร์
เด็กหญิงเจริญโดยนางบุญมาก ผู้ปกครองที่ 2 โจทก์
นายฉาย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวละมุล ที่ 1 นายสมบุญ นางสาวสมจิตร์ เด็กหญิงเจริญโดยนางบุญมาก ผู้ปกครองที่ 2 · จำเลย - นายฉาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา