คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2482
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จแต่มิได้บรรยายฟ้องว่าคำเบิกความนั้น เป็นข้อสำคัญแห่งคดีแล้วศาลยกฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสาบาลตัวเบิกความในคดีแดงที่ ๑๐๓๑ - ๑๐๓๒/๒๔๘๑ ของศาลจังหวัดสิงหบุรีว่า เมื่อแรม ๖ ค่ำเดือนกุมภาพันธ์ นายปิ่นมอบตัวนายยาให้จำเลย ๆ เอาตัวนายยาไปไว้บนเรือน นายปิ่นกับพวกขึ้นไปจับนายยาบนเรือนจำเลย ขณะนั้นเห็นนายยาซึ่งเวลานั้นไม่รู้สึกตัวเอาแขนสลัดไปถูกนายปิ่น ๒ ที นอกจากเอาสลัดถูกนายปิ่น ๒ ทีแล้ว จำเลยไม่ได้ทำอะไรนายปิ่นเลย อันเป็นการเอาความเท็จมาให้การต่อศาล โดยจำเลยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ, ขอให้ลงโทษ,จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตรามาตรา ๑๕๖
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้ระบุว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเป็นข้อสำคัญแห่งคดี และไม่ได้กล่าวถึงเรื่องราวเดิมเพื่อให้ทราบว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเป็นข้อสำคัญอย่างใดในคดีนั้น และมิได้ระบุว่าความจริงเป็นอย่างไรด้วย ฟ้องของโจทก์บกพร่อง ทั้งข้อเท็จจริงก็ฟังไม่ได้ว่า จำเลยเบิกความเท็จ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์มิได้ระบุว่าข้อคำเท็จนั้นสำคัญแก่คดี แม้จะถือว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงเท่าที่บรรยายมาในฟ้องก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ฟ้องของโจทก์มิได้ปฏิบัติตาม ม.๑๕๘ แห่งวิธีพิจารณาความอาญา จึงควรยกฟ้องเสียตาม ม.๑๖๑ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 722/2482
อัยยการสิงห์บุรี โจทก์
นายลุ่ม พวงบุญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสิงห์บุรี · จำเลย - นายลุ่ม พวงบุญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา