คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกาย จะลงโทษจำเลยตามความผิดฐานปล้นทรัพย์ได้ ก็ต่อเมื่อจำเลยได้กระทำการปล้นทรัพย์สำเร็จแล้วเท่านั้น หากจำเลยกระทำเพียงฐานทำร้ายร่างกายโดยไม่ได้ทำการปล้นทรัพย์ ก็ไม่อาจลงโทษตามความผิดฐานปล้นทรัพย์ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 301 โดยกล่าวว่าจำเลยปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายเจ้าทรัพย์บาดเจ็บ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทำร้ายร่างกายเจ้าทุกข์บาดเจ็บสาหัสแต่ไม่ได้ทำการปล้น ศาลลงโทษฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254 ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกปล้นทรัพย์นายกันดาร์ โดยใช้มีดและไม้เป็นสาตราวุธทำร้ายร่างกายนายกันดาร์มีบาดเจ็บหลายแห่ง แย่งเอาปืนของนายกันดาร์ไปได้ ๑ กะบอก ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๐๑
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยปล้นทรัพย์ ลงโทษตามมาตรา ๓๐๑
ศาลฎีกาไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องปล้นฟังเพียงว่าจำเลยทำร้ายนายกันดาร์มีบาดเจ็บสาหัส คดีนี้ฟ้องของโจทก์ระบุว่าจำเลยปล้นโดยทำร้ายร่างกาย ศาลจึงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายได้ แต่ฟ้องโจทก์ไม่ได้ระบุว่าบาดแผลเจ้าทุกข์ถึงสาหัส จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๖ ไม่ได้ จึงพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๔
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 731/2482
อัยยการนครปฐม โจทก์
นายเสม นายจวน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการนครปฐม · จำเลย - นายเสม นายจวน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · อมาตย · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา