คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนหรือชั้นพิจารณา แต่ต่อมาในวันพิจารณาจำเลยกลับให้การปฏิเสธ ศาลจะยังคงถือว่าจำเลยให้การรับสารภาพได้หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและเข้าใจข้อกล่าวหา
ย่อคำพิพากษา
คดีเรื่องฆ่าคนตายจำเลยแถลงว่าไม่ต้องการทนายและให้การรับสารภาพในวันยื่นฟ้อง ครั้นถึงวันพิจารณาครั้งแรกจำเลยกลับปฏิเสธดังนี้ ศาลคงถือว่าจำเลยให้การรับสารภาพหมายเหตุ ศาลจดคำรับสารภาพไว้ตามแบบกรณีที่จำเลยรับสารภาพแล้วปฏิเสธกับคดีที่รับสารภาพ+ไป สำหรับคดีที่ศาล+ฟังคำพะยานโจทก์ต่อไปนั้นการพิจารณาหาความจริง+ยิ่งหย่อนกว่ากันและการลดโทษยิ่งหย่อนกว่า+
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตาย
ในวันโจทก์ยื่นฟ้อง จำเลยแถลงต่อศาลว่าไม่ต้องการทนาย ขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ต่อมาราว ๑ เดือนถึงวันนัดพิจารณาครั้งแรก จำเลยแต่งทนายและยื่นคำให้การปฏิเสธอ้างฐานที่อยู่ ศาลชั้นต้นไม่รับฟัง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องแต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์นาย ๑ เห็นแย้งว่าควรลงโทษ
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ศาลไม่อนุญาตให้จำเลยถอนคำรับสารภาพ แต่คดีที่จำเลยรับสารภาพตลอดไปกับคดีที่ถอนคำรับสารภาพก่อนศาลเริ่มพิจารณาในคดีมีอัตราโทษสูงซึ่งศาลต้องฟังพะยานตามวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๖ นั้น ในเชิงพิจารณาหาความสัตย์จริงในคดีอาจยิ่งหย่อนกว่ากัน คดีนี้แม้จำเลยถอนคำรับสารภาพก่อนพิจารณา ศาลก็ยังถือว่าจำเลยรับสารภาพอยู่ตามวิธีพิจารณานั่นเอง แต่เมื่อพะยานโจทก์แล้วศาลฎีกาไม่พอใจว่าจำเลยทำผิดจึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2484
อัยยการชลบุรี โจทก์
นายตี๋ แซ่ชื้อ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชลบุรี · จำเลย - นายตี๋ แซ่ชื้อ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นิติศาสตร์ · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา