คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20-21/2487
ย่อคำพิพากษา
กรนีที่ถือว่าข้อความที่ 32 ระบุไว้สำหรับคู่สัญญาฝ่ายเดียว
สัญญาที่กำหนดเบี้ยปรับไว้นั้น คู่สัญญาจะเรียกเบี้ยปรับหรือขอไห้บังคับชำระหนี้ก็ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยทำสัญญาขายที่ดินไห้โจทโดยมีข้อสัญญาว่า "เมื่อครุยกำหนดทำสัญญาโอนโฉนดผู้ซื้อไม่นำเงินค่าที่ดินมาชำระทั้งหมดและไม่ไปรับโอนโฉนด ผู้ซื้อยอมไห้ผู้ขายปรับ 200 บาท และสัญญานี้เปนอันเลิกกัน ถ้าผู้ขายบิดพริ้วไม่ขายที่ดินไห้ผู้ซื้อ ผู้ขายยอมไห้ปรับ 200 บาท " ต่อมาผู้ขายผิดสัญญาโจทซึ่งเปนผู้ซื้อจึงบังคับไห้โอน จำเลยต่อสู้หลายประการและว่าตามสัญญาไปปรับกันได้เท่านั้น
สาลชั้นต้นงดสืบพยานพิพากสาว่าคู่สัญญาเจตนาเพียงไห้ปรับเมื่อผิดสัญญาจึงพิพากสายกฟ้อง แต่สาลอุธรน์ไห้พิจารนาไหม่ต่อไป
จำเลยดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่าไนกรนีมีผู้ขายผิดสัญญาผู้ขายไห้ปรับและไม่มีว่าไห้สัญญาเลิกกันดังเช่นไนตอนผู้ซื้อผิดสัญญา อนึ่งการกำหนดเบี้ยปรับไว้ไม่พอไห้สันนิถานว่าจะเรียกเบี้ยปรับกันหย่างเดียว ตาม ป.ม. แพ่งฯ มาตรา 380 ก็ไห้สิทธิเจ้าหนี้เรียกเบี้ยปรับหรือยังคับไห้ชำระหนี้ได้ จึงพิพากสายืนสาลอุธรน์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20 - 21/2487
พันโทหิรัน ปัทมานนท์ พันโทสุรจิต จารุเสนี โจทก์
นางส้มจีน เฮงพันธ์กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พันโทหิรัน ปัทมานนท์ พันโทสุรจิต จารุเสนี · จำเลย - นางส้มจีน เฮงพันธ์กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชม จามรมาน · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายทำนอง ดิสวนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุปถัมภ์ สุนทรสุด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา