คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคดีอาญาความผิดส่วนตัวถึงที่สุดแล้ว ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องขอถอนหรือเลิกคดี.
ย่อคำพิพากษา
คดีอาญาความผิดส่วนตัวนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว เมื่อไม่มีอุทธรณ์หรือฎีกา ผู้เสียหายย่อมไม่มีอำนาจร้องขอถอนหรือเลิกคดี.
คดีอาญาที่ไม่มีอุทธรณ์นั้น ถือว่าถึงวันที่สุดตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายสุกรโดยหลอกลวงให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในปริมาณและขายเกินราคา ขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงและตาม พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่า,ขายโคและสุกร ฯ จำเเลยรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามฟ้อง แต่ให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.310 ซึ่งเป็นบทหนัก
เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว เจ้าทุกข์ยื่นคำร้องขอถอนคดีไม่ติดใจให้ศาลลงโทษจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งว่าคำร้องต้องห้ามตาม ม.190 ป.ม. วิธีพิจารณาความอาญา
ผู้เสียหายอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เสียงข้างมากพิพากษายืน แต่มีความเห็นแย้งว่าผู้เสียหายถอนคดีความผิดส่วนตัวได้
ผู้เสียหายฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำร้องของโจทก์ถ้าศาลชั้นต้นรับฟัง ศาลชั้นต้นก็จะกลับพิพากษาหรือสั่งปล่อยจำเลยไม่ได้ เพราะต้องห้ามขัดแจ้งตาม ม.190 คดีนี้โจทก์จำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจแลหน้าที่กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ปล่อยจำเลย เพราะคดีถึงที่สุดแล้วตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาโดยที่ไม่มีการอุทธรณ์ ส่วนฎีกาที่ผู้ฎีกาอ้างเป็นเรื่องระหว่างมีการอุทธรณ์หรือฎีกาขึ้นไป จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2488
อัยยการเพ็ชร์บูรณ์ โจทก์
นายทวี พึ่งแย้ม, นายเสวก ชำนาญการ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเพ็ชร์บูรณ์ · จำเลย - นายทวี พึ่งแย้ม, นายเสวก ชำนาญการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · จำรูญเนติศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายก. หุตะโกวิท · ศาลอุทธรณ์ - นายจิตร ทิพธ์ เบญญาจุนนานนื์,น |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา