คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2488
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเอาทรัพย์สินของเจ้าทรัพย์ไปโดยอ้างว่าจะเก็บรักษาไว้ให้ และเจ้าทรัพย์ยินยอม ถือว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาทรัพย์สินนั้น หากจำเลยนำทรัพย์สินนั้นไปใช้หรือจำหน่ายโดยเจตนาทุจริต ถือว่ามีความผิดฐานยักยอก
ย่อคำพิพากษา
แก้เอากระเป๋าเงินไปจากเอวเจ้าทรัพย์โดยบอกว่าจะเอาไปเก็บไว้ให้ เจ้าทรัพย์มิได้ว่ากระไรดังนี้ ถือว่าได้รับมอบหมายจากเจ้าทรัพย์ ถ้าเอาทรัพย์นั้นเสียโดยเจตนาทุจริต ย่อมมีผิดฐานยักยอก
ฟ้องว่าเจ้าทรัพย์ฝากเงินให้จำเลยเก็บรักษาไว้แทน แล้วจำเลยยักยอกทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเอาทรัพย์ไปเองโดยบอกว่าจะเก็บรักษาไว้ให้เจ้าทรัพย์ไม่ว่ากระไรดังนี้ ย่อมถือได้ว่า จำเลยได้รับฝากทรัพย์ไว้ จึงไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ได้ความต่างกับฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการร้อยเอ็ด · จำเลย - นายเคน โยธะผาม |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · อิศรภักดีธรรมวิเทต · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา