คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่า "เคหะ" ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ 2490 หรือไม่ ให้พิจารณาเจตนาของคู่กรณีประกอบกับเหตุผลแวดล้อมว่าการเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่ และการที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่าต้องพิจารณาฐานะการอยู่ด้วย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยในระหว่างใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯ 2489 และโจทก์มาฟ้องคดีก่อนใช้ พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯ 2490 คดีจึงตกอยู่ในบังคับมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ 2490 ต้องใช้ พ.ร.บ.ฉะบับนี้บังคับ
การที่จะวินิจฉัยว่าเป็น "เคหะ" ตามความหมายใน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ 2490 หรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีเวลาทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ รวมกันว่าการเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ การที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่าจะต้องพิจารณาด้วยว่า การอยู่-อยู่ในฐานะอย่างใด
(อ้างฎีกา 1099/2491, 1147/2491)
กับมีคดีและข้อวินิจฉัยอย่างเดียวกัน คือ
คดีดำที่ 665/91 ฎีกาที่ /92
คดีดำที่ 666/91 ฎีกาที่ /92
คดีดำที่ 668/91 ฎีกาที่ /92
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่เช่าโดยอ้างว่าจำเลยเช่าทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออก จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ๒๔๘๖ ชั้นพิจารณาคู่ความรับกันว่า การเช่ารายนี้จำเลยเช่าอยู่เพื่อการค้าเป็นส่วนใหญ่ จำเลยได้อาศัยอยู่ในที่เช่าด้วย
ศาลแพ่งสั่งงดสืบพะยานแล้วพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การเช่ารายนี้โจทก์บอกกล่าวให้เลิกสัญญาเช่ากับจำเลยในระหว่างใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ๒๔๘๙ และโจทก์ฟ้องคดีนี้ก่อนใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ๒๔๙๐ จึงเป็นอันว่าคดีนี้ตกอยู่ในบังคับมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ๒๔๙๐ ซึ่งให้ใช้ พ.ร.บ.ฉะบับนี้บังคับ ฉะนั้นการพิจารณาว่า เคหะรายนี้จะอยู่ในความควบคุมตาม พ.ร.บ.หรือไม่ จึงต้องพิจารณาคำว่า "เคหะ" ตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ๒๔๙๐ ซึ่งจะต้องวินิจฉัยถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ รวมกันว่า การเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือมิใช่ การที่ผู้เช่าอยู่ในที่เช่านั้น จะต้องพิจารณาด้วยว่า การอยู่นั้นอยู่ในฐานะอย่างใด คดีนี้ศาลแพ่งงดสืบพะพยานเสีย คดีสมควรให้คู่ความนำสืบกันต่อไป
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณา แล้วพิพากษาใหม่.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 150/2492
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดยนายสถิตย์ นิยมศิลป์ ผู้รับ
มอบอำนาจ โจทก์
นายฮ่วนซิว หรือทวี แซ่กว็อก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รับ - พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ โดยนายสถิตย์ นิยมศิลป์ · โจทก์ - มอบอำนาจ · ล. - นายฮ่วนซิว หรือทวี แซ่กว็อก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายไชยเจริญ สันติศิริ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิเทศจรรยารักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา