คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกค่าธรรมเนียมชั้นบังคับคดีสำหรับทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ก่อนคำพิพากษาและได้รับอนุญาตจากศาลให้นำไปจำหน่ายและนำเงินมาวางศาล ให้เรียกในอัตราร้อยละ 3.5 ตามตาราง 5 หมายเลข 2.
ย่อคำพิพากษา
ทรัพย์ที่ยึดไว้ก่อนคำพิพากษา ซึ่งคู่ความได้รับอนุญาตจากศาลเอาไปจำหน่ายแล้วนำเงินมาวางศาล ให้เรียกค่าธรรมเนียมชั้นบังคับคดี ร้อยละ 3 1/2 ตามตาราง 5 หมายเลข 2.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ชั้นนี้ ปัญหามีเพียงว่า คู่ความและผู้ร้องได้ตกลงกันขอเอาทรัพย์ที่ยึดไว้ก่อนคำพิพากษาไปขาย แล้วจะนำเงินมาวางศาล ศาลอนุญาต ขายได้แล้วควรจะเรียกค่าธรรมเนียมในชั้นบังคับคดีในอัตราเท่าใด
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องกัน ให้เรียกค่าธรรมเนียม ๑๐๐ ละ ๕ ตามอัตราค่าธรรมเนียมหมายเลข ๑ แห่งตาราง ๕
โจทก์, และผู้ร้องฎีกา,
ศาลฎีกาเห็นว่า ความในตาราง ๕ ข้อ ๑ หมายถึง ขายทอดตลาดหรือจำหน่ายโดยเจ้าพนักงานบังคับคดี แต่กรณีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีมิได้ขาย หรือจำหน่าย จึงไม่เข้าอยู่ในข้อนี้ หรือข้อ ๓ รูปคดีเข้าข้อ ๒ เพราะคู่ความตกลงกันไปขายทรัพย์โดยลำพังด้วยความยินยอมของศาล
พิพากษาแก้ ให้เรียกค่าธรรมเนียม ๑๐๐ ละ ๓ ๑/๒.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2492
โดยนางแมรี่ เบอร์ลี่, นายแอลเบอร์ต เบอร์ลี่, นายเอ็ดวาร์ด ยุคเกอร์ ผู้เป็น
หุ้นส่วน โจทก์
บริษัทโรงเลื่อยจักรหย่วนพงษ์หลี จำกัด ล.
บริษัท ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด
โดย นายยม ตันเศรษฐี ผู้จัดการ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้เป็น - โดยนางแมรี่ เบอร์ลี่, นายแอลเบอร์ต เบอร์ลี่, นายเอ็ดวาร์ด ยุคเกอร์ · โจทก์ - หุ้นส่วน · ล. - บริษัทโรงเลื่อยจักรหย่วนพงษ์หลี จำกัด · จำกัด - บริษัท ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ · ผู้ร้อง - โดย นายยม ตันเศรษฐี ผู้จัดการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทปัญญา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนัยประศาสน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา