คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วสองครั้ง แต่ความผิดครั้งก่อนไม่ใช่เหตุร้าย และความผิดครั้งหลังเป็นเหตุร้าย ศาลอาจวินิจฉัยว่าจำเลยยังไม่มีสันดานเป็นผู้ร้ายและไม่ลงโทษกักกันได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อความผิดครั้งก่อนที่จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วทั้งสองครั้งไม่ใช่หตุร้าย แม้ครั้งหลังนี้ จำเลยได้ทำผิดฐานลักทรัพย์ โดยล้วงกระเป๋าซึ่งเป็นเหตุร้ายก็ตาม ศาลอาจพิเคราะห์ความผิดครั้งก่อนและเหตุผลเฉพาะคดีหลังนี้มาวินิจฉัยว่า จำเลยยังไม่มีสันดานเป็นผู้ร้าย และไม่ลงโทษกักกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกครั้งแรกฐานปลอมหนังสือ ครั้งหลังฐานหนีราชการทหาร แล้วได้มาทำผิดคดีนี้ฐานลักทรัพย์ โดยล้วงกระเป๋าลักธนบัตรของ ป.ไป ๑๔ บาท ๕๐ สตางค์ ศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย ๒ ปี โดยเพิ่มโทษและลดแล้ว กับให้ส่งตัวไปกักกันมีกำหนด ๓ ปี
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่จำเลยเคยรับโทษจำคุกฐานดังกล่าวสองครั้ง แล้วมาทำผิดฐานนี้ อาจถือว่าเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายได้ แต่เห็นว่า ความผิดครั้งก่อน ๆ ของจำเลยไม่อยู่ในลักษณะอันเป็นเหตุร้าย และโดยเหตุผลเฉพาะคดีของจำเลยนี้ยังไม่ควรถือว่า จำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย พิพากษาแก้ไม่ลงโทษกักกัน ส่วนอื่นคงยืน
โจทก์ฎีกาว่า จำเลยล้วงกระเป๋าในที่ชุมนุมชนบนรถราง เป็นการอุกอาจขอให้กักกัน
ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 399/2493
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสำรวย อิ่มประไพ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสำรวย อิ่มประไพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา