คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เช่าตกลงยินยอมตามกำหนดเวลาที่คณะกรรมการควบคุมค่าเช่ากำหนดให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่าแล้ว แม้ภายหลังคณะกรรมการจะลงมติไม่ให้ผู้ให้เช่าเข้าอยู่เองตามคำร้อง มตินั้นก็ไม่ลบล้างความยินยอมของผู้เช่า และผู้ให้เช่าสามารถฟ้องขับไล่ผู้เช่าได้
ย่อคำพิพากษา
ผู้ให้เช่ายื่นคำร้องขอเข้าอยู่ในห้องเช่าเอง ต่อคณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าประจำจังหวัด อนุกรรมการได้เชิญให้ผู้ให้เช่าและผู้เช่ามาเพื่อแจ้งมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้ทราบ ผู้ให้เช่าและผู้เช่าจึงตกลงยินยอมตามกำหนดที่คณะกรรมการกำหนด คือให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่าภายใน 8 เดือนและมีความว่าผู้เช่าตกลงยินยอมจะออกจากห้องเช่าของผู้ให้เช่าตามมติของคณะกรรมการควบคุมเช่าภายในกำหนด 8 เดือน ฯลฯ ดังนี้ข้อตกลงเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นความยินยอมของผู้เช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มาตรา 16 (5) แล้ว ฉะนั้นภายหลังอนุกรรมการควบคุมค่าเช่า ประจำจังหวัด จะเสนอเรื่องนี้ขึ้นไปยังคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าสั่งตามอำนาจ คณะกรรมการได้ลงมติไม่ให้ผู้เช่าเข้าอยู่ห้องเช่าของผู้ให้เช่าตามคำร้องก็ตามมติกรรมการก็ไม่ลบล้างความยินยอมดังกล่าวแล้ว ผู้เช่าไม่ออกจากห้องเช่า โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องแถวของโจทก์และรับรองว่าจะเลิกสัญญาเช่าและออกจากห้องไปในกำหนด ๘ เดือน ครบกำหนดแล้วไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่
จำเลยต่อสู้ว่า ไม่เคยรับรองว่าจะเลิกสัญญาเช่าจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฎว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงกันเป็นหนังสือว่า จำเลยจะออกจากห้องเช่าโจทก์ภายใน ๘ เดือน ข้อตกลงเช่นนี้ เห็นว่าเป็นความยินยอมของผู้เช่าตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มาตรา ๑๖ (๕) เมื่อจำเลยตกลงยินยอมแล้ว ภายหลังคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ มีมติไม่ให้ความยินยอมแก่โจทก์ในอันที่จะเข้าอยู่ในห้องเช่าก็ตามมติกรรมการไม่ลบล้างความยินยอมได้ จึงพิพากษาขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่ามีมติไม่ให้ความยินยอมแก่โจทก์ มติเดิมเป็นอันไม่มีแล้ว ที่จำเลยยอมออกจากห้องโจทก์ภายใน ๘ เดือน ก็เป็นอันเลิกไปพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเป็นเรื่องโจทก์จำเลยได้ตกลงยินยอมตามมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า คือฝ่ายโจทก์ยอมให้จำเลยออกจากห้องเช่าภายใน ๘ เดือน ฝ่ายจำเลยก็ยินยอมออกจากห้องเช่าของโจทก์ไปภายในกำหนด ๘ เดือนเช่นเดียวกัน ข้อตกลงเช่นนี้เป็นความยินยอมของผู้เช่าตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ มาตรา ๑๖ (๕) เมื่อจำเลยตกลงยินยอมแล้ว ภายหลังต่อมาคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า ฯ มีมติไม่ให้ความยินยอม มติกรรมการไม่ลบล้างความยินยอมได้ จึงพิพากษากลับให้ขับไล่จำเลย ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2494
นายโสภณ แซ่ตัง โจทก์
นายจิ้นเซียง แซ่จึง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายโสภณ แซ่ตัง · จำเลย - นายจิ้นเซียง แซ่จึง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา · ศิลปสิทธิวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประมวล สุวรรณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา