คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2496
ย่อคำพิพากษา
การเช่าซื้อกับเช่าทรัพย์เป็นเอกเทศสัญญาคนละประเภทจะนำพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันไปใช้ในการเช่าซื้อไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
จำเลยเช่าซื้อห้องแถวจากโจทก์แล้วค้างชำระค่าเช่า 2 งวด โจทก์จึงเลิกสัญญาและฟ้องขับไล่ จำเลยต่อสู้อ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ในข้อนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่าง ให้ขับไล่โดยวินิจฉัยว่า ฯลฯ "ส่วนฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยที่ว่า แม้จะฟังว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อ พฤติการณ์ระหว่างโจทก์จำเลยก็เข้าลักษณะเป็นการเช่าทรัพย์ ซึ่งทำให้จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันนั้นศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาเช่าซื้อกับสัญญาเช่าทรัพย์เป็นเอกเทศสัญญาคนละประเภท ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จัดเอาการเช่าทรัพย์ไว้ในลักษณะ 4 ส่วนการเช่าซื้อนั้นอยู่ในลักษณะ 5 และไม่มีบทบัญญัติในลักษณะ 5 เรื่องเช่าซื้อว่าให้นำบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการเช่าทรัพย์มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลมกฎหมายสองลักษณะนี้จึงเป็นคนละส่วนไม่เกี่ยวข้องกัน คือเรื่องเช่าก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยการเช่าทรัพย์ และเรื่องเช่าซื้อก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติว่าด้วยการเช่าซื้อ ฉะนั้นเมื่อจำเลยผิดสัญญาเช่าซื้อแล้วจะมาขอให้ศาลนำบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการเช่าทรัพย์มาใช้บังคับแก่คู่กรณีอีกย่อมไม่ได้"
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1350/2496
นายเอม กิจพิทักษ์ โจทก์
นายสง่า เที่ยงวงษ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเอม กิจพิทักษ์ · จำเลย - นายสง่า เที่ยงวงษ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา