คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2496
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล จะไม่ถือว่าเป็น "เยาวชน" ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนฯ และต้องขึ้นศาลธรรมดา
ย่อคำพิพากษา
ในกรณีที่เด็กกระทำผิดนั้น แม้ขณะกระทำผิดอายุจะยังไม่ถึง 18 ปี ถ้าขณะที่คดีมาสู่ศาลนั้นจำเลยมีอายุ 18 ปี หรือกว่านั้นขึ้นไป จำเลยก็ไม่เป็น "เยาวชน " ตามความหมายของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน ฯลฯ มาตรา 4 จึงต้องขึ้นศาลธรรมดา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยชิงทรัพย์และหลบหนีที่คุมขัง ขอให้ลงโทษ ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางพิพากษาว่าจำเลยเกิดเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๔๙๗ นับอายุจำเลยถึงวันที่จำเลยกระทำผิดก็เพียง ๑๗ ปีเศษ ถ้านับถึงวันที่โจทก์ฟ้อง อายุจำเลยนับได้ ๑๘ ปี กับ ๑๒ วัน คดีไม่อยู่ในอำนาจศาลคดีเด็ก ฯลฯ จึงให้ยกฟ้องโจทก์เสีย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าขณะที่คดีมาสู่ศาลนั้น จำเลยมีอายุ ๑๘ ปี หรือกว่านั้นขึ้นไป จำเลยก็ไม่เป็น "เยาวชน" ตามความหมายของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนมาตรา ๔ ต้องขึ้นศาลธรรมดาศาลล่างทั้งสองพิพากษาคดีชอบด้วยเหตุผลแล้ว
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2496
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายฤทธิ์ เขียววิจิตร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายฤทธิ์ เขียววิจิตร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ประมูล สุวรรณศร · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง - นายอดุล รัตนปิณฑะ · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา