⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1472/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำปลอมเอกสารราชการลับเพื่อนำไปหลอกลวงขายแก่บุคคลอื่น ถือเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยสมคบกันทำเอกสารปลอมขึ้นเป็นสำเนาหนังสือราชการของกระทรวงกลาโหม เป็นคำสั่งลับมาก ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเทศไทย ขอให้เจรจาตอบข้อเสนอของกระทรวงกลาโหมสหภาพโซเวียตในเรื่องกิจการทหารและทางอาวุธ ซึ่งทางสหภาพโซเวียตจะให้ความช่วยเหลือและขอให้แจ้งข้อเสนอแนวทางนโยบายทางการเมืองของกระทรวงกลาโหมแห่งประเทศไทย เพื่อให้กระทรวงกลาโหมแห่งสหภาพโซเวียตทราบ โดยจำเลยได้ลงลายมือชื่อของรองผู้อำนวยการศึกษาและวิจัยกรมเสนาธิการกระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ปลอมลงในสำเนาเอกสารปลอมนั้น รับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้อง ความจริงเอกสารปลอมนั้น ไม่ใช่เอกสารของกระทรวงกลาโหม หากจำเลยคิดทำปลอมขึ้นเองทั้งนั้น แล้วทำการติดต่อกับชาวต่างประเทศเพื่อทำการขายเอกสารลับปลอมนั้นดังนี้ ย่อมเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 105 เบ็ญจ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๐๕ เบ็ญจ. พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา (ฉะบับที่ ๑๐) มาตรา ๓ ฐาน+ภายนอกราชอาณาจักร และผิดมาตรา ๒๒๒,๒๒๔,๒๒๕ แต่ให้ลงโทษบทหนักบทเดียว คือมาตรา ๑๐๕ เบญจ. พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.ลักษณะอาญา (ฉะบับที่ ๑๐ ) มาตรา ๓ เพราะเอกสาร จ.๑,๒ ที่จำเลยทำปลอมขึ้นเป็นกรณีย์เกี่ยวพันกับส่วนได้เสียในทางการเมืองระหว่างประเทศ จึงพิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง ๒ ไว้มีกำหนดคนละ ๑๕ ปี ริบของกลาง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่ผิดตามมาตรา ๒๒๕ ด้วย จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๒๒๒,๒๒๓,๒๒๔ และ ๑๐๕ เบญจ.นอกจากนี้คงยืน จำเลยฎีกาว่า ไม่ผิดมาตรา ๑๐๕ เพราะหนังสือที่ทำขึ้นผิดเพียงฐานปลอมหนังสือราชการตามธรรมดาตามมาตรา ๒๒๔ เท่านั้น ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยทั้ง ๒ ได้สมคบกันทำเอกสารหมาย จ.๑,๒ ของกลาง ปลอมขึ้นเป็นสำเนาหนังสือราชการของกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศไทย ขอให้เจรจาตอบข้อเสนอของกระทรวงกลาโหมสหภาพโซเวียตในเรื่องกิจการทหารและทางอาวุธ ซึ่งทางสหภาพโซเวียตจะให้ช่วยเหลือ และขอให้แจ้งข้อเสนอแนวทางนโยบายทางการเมืองของกระทรวงกลาโหมแห่งประเทศไทย เพื่อให้กระทรวงกลาโหมแห่งสหภาพโซเวียตทราบ โดยจำเลยได้ลงลายมือชื่อของ พลตรี สุรพล สุรพลพิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการศึกษาและวิจัยกรมเสนาธิการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปลอมลงในสำเนาเอกสารปลอมนั้น รับรองว่าเป็นสำเนาที่ถูกต้อง ความจริงเอกสารปลอมหมาย จ.๑,๒ ไม่ใช่เอกสารของทางราชการกระทรวงกลาโหม หากจำเลยคิดทำปลอมขึ้นเองทั้งนั้น แล้วจำเลยทำการติดต่อกับนายที.เวอร.กินดี แอนเดอร์ซัน ชนชาติสวีเดน ซึ่งเป็นสายของเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อทำการขายเอกสารลับปลอมนี้ให้แต่ได้ถูกเจ้าพนักงานวางแผนการจับจำเลยและเอกสารปลอมนี้ได้ขณะจะทำการซื้อขายกัน ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารที่จำเลยทำปลอมขึ้นนี้ เกี่ยวด้วยเรื่องการเมืองด้วย และเป็นเอกสารของกระทรวงกลาโหมเกี่ยวด้วยเรื่องทางการเมืองระหว่างประเทศ จึงเป็นผิดตามมาตรา ๑๐๕ เบ็ญจ แล้ว ฯลฯ แต่เห็นควรลดโทษปราณีให้จำเลยตามมาตรา ๕๙ หนึ่งในสาม คงให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนดคนละ ๑๐ ปี นอกจากนี้คงยืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2496 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอุดม เศรษฐีธร ที่ 1 นายบุญช่วย หรือ ประพันธ์ พันธุภิญโญ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายอุดม เศรษฐีธร ที่ 1 นายบุญช่วย หรือ ประพันธ์ พันธุภิญโญ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทประชา · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสำราญ ศิริพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชิตเนตินัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา