⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 856-857/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856-857/2496

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประเมินภาษีร้านค้าต้องอาศัยประโยชน์ที่แท้จริงจากทรัพย์สิน โดยคำนวณจากค่าเช่าที่สมควรได้ในปีหนึ่งๆ ตามความเห็นของวิญญูชนทั่วไป หากประเมินเกินไป ผู้เสียภาษีมีสิทธิขอคืนได้

ย่อคำพิพากษา

การประเมินเก็บภาษีร้านค้านั้น ต้องอาศัยความจริงแห่งประโยชน์ที่บังเกิดจากทรัพย์สิน อันเป็นมูลที่จะเก็บภาษี หลักที่จะคำนวณค่ารายปีในชั้นแรกก็คือ จำนวนเงินซึ่งร้านค้านั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ เท่าใด ซึ่งจะเล็งเห็น ได้จากความคิดเห็นของวิญญูชนธรรมดาตามกาละเทศะ และมุ่งเอาความจริงเป็นหลัก ถ้าทางเจ้าหน้าที่สรรพากร เรียกประเมินเกินไปแล้ว ผู้เสียภาษีก็ย่อมมีสิทธิขอคืนได้./

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ดคี ๒ สำนวนนี้ โจทก์ฟ้องเป็นทำนองเดียวกันว่า โจทก์ต่างเช่าห้องของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อยู่ที่ ตลาดทำการค้าขาย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๓ สมุห์บัญชีอำเภอได้ประเมินภาษีร้านค้าของโจทก์ และเรียกเก็บไปแล้วในปีเดียว กันนั้นเอง นายถวิลสรรพากร จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ผู้ช่วย ได้ประเมินใหม่และเรียกเก็บเพิ่มขึ้น โจทก็ต่างอุทธรณ์ คำสั่งต่อข้าหลวงประจำจังหวัดฯ ได้ยกอุทธรณ์ของโจทก์เสีย โจทก์จึงมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการประเมินภาษีของ จำเลยเป็นการเกินสมควร ขอให้สั่งคืนเงินที่เก็บเพิ่มให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า ที่โจทก์เสียภาษีไว้ชั้นเดิม ยังไม่เป็นการสมควร อาศัยอำนาจตามมาตรา่ ๑๘, ๑๙, ๒๐ และ ๒๔ แห่งประมวล รัษฎากร พ.ศ. ๒๔๘๑ จึงได้จัดการประเมินใหม่ให้ถูกต้อง โดยการสำรวจตรวจสอบเทียบเคียงกับร้านค้าอื่น ๆ ที่มีค่า เช่าสูงกว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยคืนเงินภาษีที่เก็บเพิ่มให้แก่โจทก์ทั้งสองสำนวน. จำเลยฎีกา, ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์เช่าห้องของสำนักงานทรัพย์สิน ฯลฯ ทำการค้าขายเสียค่าเช่า ห้องละ ๑๘ บาทต่อเดือน ในพ.ศ. ๒๔๙๓ สรรพากรอำเภอได้ประเมินเก็บภาษีร้านค้าไปจากโจทก์ โดยถือเอาค่าเช่าที่เสีย กันจริงเป็นเกณฑ์ แต่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสรรพากรจังหวัด เห็นว่า ภาษีที่เรียกเก็บจากโจทก์นั้นต่ำไป จึงสั่งให้ผู้ช่วยไป ตรวจสอบแล้วจำเลยที่ ๑ ประเมินใหม่โดยตีราคาค่าเช่าห้องเป็นห้องละ ๔๐ บาทต่อเดือน โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลย ที่ ๓ ๆ สั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์. ศาลฎีกาเห็นว่า หลักที่จะคำนวณค่ารายปีในชั้นแรกก็คือ จำนวนเงินซึ่งร้านค้านั้นสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ เท่าใด. สมควรให้เช่าได้จำนวนเท่าใดนั้น พึงใช้จากความคิดเห็นของวิญญูชนธรรมดาสามัญทั่ว ๆ ปี ตามกาละเทศะ และมุ่งเอา ความจริงเป็นหลัก. ในคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าควรถือเอาค่าเช่าอันแท้จริง ว่าเป็นค่าเช่าที่สมควรแล้ว การประเมินภาษีใหม่ รายนี้ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว. จึงพิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 856 - 857/2496 นายคมน์ สุนทรนันท์ โจทก์ นายถวิล อังคนารักษ์ที่ 1, นายเศรียร ภูษาทอง ที่ 2, หลวงธุระนัยพินิจ ที่ 3 นายปรีติ เมธาวณิชย์ โจทก์ ข้าหลวงประจำจังหวัดอ่างทองโดยหลวงธุรนัยพินิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคมน์ สุนทรนันท์ · 3 - นายถวิล อังคนารักษ์ที่ 1, นายเศรียร ภูษาทอง ที่ 2, หลวงธุระนัยพินิจ ที่ · โจทก์ - นายปรีติ เมธาวณิชย์ · จำเลย - ข้าหลวงประจำจังหวัดอ่างทองโดยหลวงธุรนัยพินิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · นาถปริญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายชวน พูลคำ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริรักษ์จรรยาวัตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา