คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2497
ย่อคำพิพากษา
จำเลยก่อเหตุยิงสัตว์ใกล้บ้านผู้ตายในเวลาค่ำคืน ผู้ตายว่ากล่าวห้ามปรามและด่าจำเลย จำเลยยิงผู้ตายถึงตาย ไม่พอถือเป็นเหตุลดโทษฐานยั่วโทสะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนที่นายสุกจะถูกยิง เวลา 21 นาฬิกาเศษ ได้มีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ทิ้งระยะห่างกันราวสูบบุหรี่ค่อนมวน นายปีกับนายรวยจึงชวนกันเดินออกจากบ้านไปดูทางกระบังดักปลา ได้เห็นจำเลยถือปืนอยู่ที่นั่นและกำลังร้องโต้ตอบกับนายสุกซึ่งตะโกนด่าจำเลยลงมาจากบนเรือนด้วยถ้อยคำหยาบ ๆ คาย ๆ ต่าง ๆโดยหาว่าจำเลยมายิงปืนข่มขวัญในเวลาค่ำคืน แล้วนายปีกับนายรวยเห็นจำเลยเดินไปทางเรือนนายสุก ไปแล้วยังได้ยินเสียงจำเลยกับนายสุกต่อว่าโต้ตอบกันอีกและได้ยินเสียงนางน้ำภรรยานายสุกร้องห้ามจำเลยว่า ไม่ได้เมาอย่ามาเอาเรื่องกับคนเมาเลย ครั้นแล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นนัดที่ 3 ซึ่งเป็นนัดที่ถูกนายสุกถึงแก่ความตายศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 249 จำคุก 20 ปีลดฐานยั่วโทสะตาม มาตรา 55กึ่งหนึ่งลดฐานปรานีตาม มาตรา 59 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ริบปืนของกลาง โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฎีกาจำเลยที่โต้เถียงข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาโจทก์ที่คัดค้านข้อที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษฐานยั่วโทสะ ศาลฎีกาพิพากษาแก้ว่า ไม่เป็นยั่วโทสะ โดยวินิจฉัยดังนี้
"ส่วนฎีกาโจทก์ในข้อว่า การกระทำของนายสุกผู้ตายไม่ถึงขนาดอันควรที่จะยกกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 55 ขึ้นปรับบทลดหย่อนผ่อนโทษแก่จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นด้วย เพราะเรื่องนี้จำเลยเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นโดยเอาปืนไปยิงสัตว์ใกล้บ้านเรือนผู้ตายในเวลาค่ำคืน ซึ่งผู้ตายมีความชอบธรรมที่จะว่ากล่าวห้ามปรามได้ ยิงนัดที่สองแล้ว ผู้ตายจึงร้องว่ากล่าวไป จำเลยก็ได้ร้องตอบโต้ไปด้วยแม้ถ้อยคำที่ผู้ตายใช้นั้นจะหยาบคาย และด่าถึงพ่อแม่จำเลยเกินเลยที่ควรจะใช้ไปก็ดี จำเลยก็หาควรที่จะใช้ปืนยิงผู้ตายไม่การกระทำของจำเลยยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกกดขี่ข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ตามความในมาตรา 55 แห่งกฎหมายลักษณะอาญาอันควรลดหย่อนผ่อนโทษให้ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเช่นนี้ย่อมแสดงว่าจำเลยตั้งใจฆ่าผู้ตาย อันเป็นความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา แต่เมื่อพิจารณาถึงรูปเรื่องที่ต้องเกิดยิงกันตายแล้วก็ประจักษ์อยู่ว่า ผู้ตายได้ว่ากล่าวด่าว่าจำเลยเกินสมควรไปมากจำเลยยับยั้งโทสะไม่ได้จึงกระทำรุนแรงไป นอกจากนี้ก็ไม่มีสาเหตุอันใดต่อกันอีก สมควรวางโทษจำเลยในสถานเบาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249
อาศัยเหตุดังกล่าวมาแล้ว จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249 ให้วางโทษจำคุกจำเลย 15 ปี ปรานีลดโทษจำเลยที่ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนลง 1 ใน 3 ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 คงให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ปืนของกลางให้ริบ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2497
พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์
นายลิ หรือแม้ว บัวทอง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย · จำเลย - นายลิ หรือแม้ว บัวทอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา