⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 151-155/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151-155/2497

ย่อคำพิพากษา

เช่าที่ดินปลูกแผงลอยขายของ ไม่เป็นเคหะตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ เจ้าอาวาสมีหนังสือแต่งตั้งบุคคลให้เป็นไวยาวัจกร และมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนวัดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี 5 สำนวนนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ให้จำเลยตั้งแผงลอยขายผ้าในบริเวณที่ดินวัดพระยายัง จังหวัดพระนคร ไม่มีหนังสือสัญญาเช่าโดยตกลงกันว่า ถ้าตลาดขายผ้าเลิกเมื่อใด ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป แต่เมื่อตลาดผ้าเลิกแล้ว จำเลยหาได้รื้อถอนแผงลอยไปไม่โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกแล้ว จำเลยไม่ยอม ขอให้ขับไล่จำเลยและให้รื้อสิ่งปลูกสร้าง กับตบแต่งที่ดินให้เป็นไปในสภาพเดิม จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยเช่าที่ดินของกรมการศาสนา จากผู้แทนกรมการศาสนา ไม่ใช่เป็นที่ดินของโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง นายเสริมไวยาวัจกรไม่มีสิทธิฟ้องคดีแทนในนามของวัดพระยายังทั้งมิได้รับอำนาจมาโดยถูกต้องจำเลยได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯลฯ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยเช่าที่ดินของวัดพระยายัง ปลูกแผงลอยเพื่อขายผ้า โดยตกลงกันว่า เมื่อตลาดขายผ้าเลิกเมื่อใด จำเลยจะต้องรื้อถอนแผงลอยออกไป ครั้นตลาดขายผ้าเลิกแล้ว จำเลยหาได้รื้อถอนแผงลอยไปไม่ การเช่าปลูกแผงลอยเช่นนี้ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯลฯ โจทก์มีสิทธิบอกเลิกการเช่าและฟ้องขับไล่ได้ ข้อที่จำเลยคัดค้านว่านายเสริมไม่มีสิทธิฟ้องในนามของวัดพระยายังได้นั้น ปรากฏว่านายเสริมฟ้องในนามของวัด โดยมีไวยาวัจกรเป็นผู้ดำเนินคดีแทน มีหนังสือแต่งตั้งเป็นหลักฐานที่ชอบแล้ว พิพากษาให้ขับไล่ และให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้ง 5 สำนวน อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีอนุญาตให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้ง 5 สำนวนฎีกาต่อมา ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาปรึกษาคดีเรื่องนี้แล้ว ข้อกฎหมายที่จำเลยคัดค้านมี 2 ข้อ (1) สถานที่เช่าเป็นเคหะตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯลฯ หรือไม่ (2) นายเสริมมีอำนาจดำเนินคดีแทนวัดพระยายังโจทก์ได้หรือไม่ การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเช่าที่ดินของวัดพระยายังเพื่อปลูกแผงลอยขายของเล็ก ๆ น้อย ๆ สถานที่เช่าจึงไม่ใช่เป็นเคหะตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ฯลฯ จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครอง ส่วนนายเสริมเข้ามาดำเนินคดีแทนวัดพระยายัง ก็โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นหนังสือจากเจ้าอาวาสวัดพระยายังให้เป็นไวยาวัจกร และมอบอำนาจให้ฟ้องความแทนวัดฉะนั้น นายเสริมย่อมมีอำนาจดำเนินคดีแทนวัดพระยายังฟ้องขับไล่จำเลยได้ จึงให้ยกฎีกาจำเลย โดยพิพากษายืน ให้จำเลยเสียค่าทนายความในชั้นนี้แทนโจทก์สำนวนละ 50 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151 - 155/2497 วัดพระยายัง โดยนายเสริม ศรีโยธาไวยาวัจกร โจทก์ นายสวัสดิ์ สร้อยสุวรรณ จำเลย วัดพระยายัง โดยนายเสริม ศรีโยธาไวยาวัจกร โจทก์ นายสง่า สุดคล้าย จำเลย จำเลย นายสง่า สุดคล้าย โจทก์ วัดพระยายัง โดยนายเสริม ศรีโยธา ไวยาวัจกร โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดพระยายัง โดยนายเสริม ศรีโยธาไวยาวัจกร · จำเลย - นายสวัสดิ์ สร้อยสุวรรณ · โจทก์ - วัดพระยายัง โดยนายเสริม ศรีโยธาไวยาวัจกร · จำเลย - นายสง่า สุดคล้าย · โจทก์ - จำเลย นายสง่า สุดคล้าย · โจทก์ - วัดพระยายัง โดยนายเสริม ศรีโยธา ไวยาวัจกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยการณ์โกวิท · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ประศาสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา