คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2499
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คณะกรรมการสำรวจการออกโฉนดที่ดิน ไม่มีอำนาจสั่งยกเลิกโฉนดที่ดินที่เจ้าพนักงานได้ออกให้ตามคำพิพากษาของศาล.
ย่อคำพิพากษา
คณะกรรมการสำรวจการออกโฉนดที่ดิน ไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ยกเลิกโฉนดที่เจ้าพนักงานได้ออกให้เนื่องจากคำพิพากษาของศาล เพราะความใน พ.ร.บ.ไม่กินถึงว่าให้อำนาจ เช่นนั้น.
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2499)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่านาโจทก์ไปเมื่อวันที่ ๕ ส.ค.๙๖ บัดนี้ล่วงเลยเวลาชำระค่าเช่าแล้วแต่จำเลยไม่ชำระให้ จึงขอให้บังคับ
จำเลยให้การต่อสู้หลายประการ แต่ที่สำคัญคือต่อสู้ว่าที่โฉนดรายพิพาทนี้โจทก์จำเลยถือกรรมสิทธิร่วมกัน ต่อมาคณะกรรมการการสำรวจออกโฉนดที่ดินได้มีคำสั่งยกเลิกเพิกถอนโฉนดเสียแล้ว กรรมสิทธิของโจทก์จำเลยตามโฉนดเสียแล้ว กรรมสิทธิของโจทก์จำเลยตามโฉนดจึงหมดไปสัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วยการเรียกร้องค่าเช่าไม่ได้
โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าจำเลยได้ทำสัญญาเช่าที่ดินโฉนดที่พิพาทจริง ที่ดินแปลงนี้ได้มีการทำสัญญายอมความกันในคดีแพ่งเลขแดงที่ ๑๘๖/๒๔๙๔ ระหว่างโจทก์จำเลยเดียวกันนี่และหอทะเบียนได้ออกโฉนดให้โจทก์จำเลยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ต่อมาคณะกรรมการสำรวจออกโฉนดที่ดินได้เพิกถอนกรรมสิทธิของโจทก์เสีย คงให้เป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว ตามประกาศของคณะกรรมการ ฯลฯ ลงในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ ๑๑ ส.ค. ๙๖
คู่ความไม่สืบพยาน
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคำสั่งคณะกรรมการสำรวจการออกโฉนดมีผลบังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ตั้งแต่นั้นต่อไปกรรมสิทธิ์โจทก์เป็นอันหมด สัญญาเช่าก็ย่อมระงับไปด้วย การเช่าจึงมีผลถึงวันที่โจทก์หมดกรรมสิทธิ์รวม ๖ วัน พิพากษาให้จำเลยชำระ ค่าเช่าคิดตามส่วนเพียง ๖ วันเท่านั้น
โจทก์อุทธรณ ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระค่าเช่าเต็มตามฟ้อง
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าคณะกรรมการสำรวจการออกโฉนดที่ดินมีอำนาจสั่งยกเลิกโฉนดที่เจ้าพนักงานออกไปเนื่องจากคำพิพากษาของศาลได้หรือไม่ ที่ประชุมใหญ่เห็นว่าความใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการสำรวจการออกโฉนดที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๖ มิได้หมายความหรือกินความถึงว่าให้คณะกรรมการมีอำนาจสั่งยกเลิกโฉนดที่ได้ออกเนื่องจากคำพิพากษาศาล เพราะคำพิพากษาของศาลจะว่าไม่ชอบด้วยความเป็นธรรมอย่างไร มิฉะนั้นคำพิพากษาที่เด็ดขาดไปแล้วก็จะไม่มีที่สิ้นสุดรื้อขึ้นว่ากล่าวกันไม่จบ และตามประกาศสำนักนายาฯ ท้าย พ.ร.บ.นี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าประสงค์จะให้คณะกรรมการ ฯลฯ สั่งยกเลิกสิ่งที่ศาลได้พิพากษาไปแล้ว ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 887/2499
นางลิ้นจี่ ชยากร โจทก์
นายใบ ชมวิหก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลิ้นจี่ ชยากร · จำเลย - นายใบ ชมวิหก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเฉล · ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา