⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1954/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1954/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นจำนำหรือขายฝาก ให้พิจารณาจากพฤติการณ์ที่คู่สัญญาได้ประพฤติปฏิบัติต่อกันเป็นสำคัญ แม้ข้อสัญญาจะระบุไว้เป็นอย่างอื่นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ 3 การวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นจำนำ หรือขายฝากนั้น ให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติกันมาว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้สัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน มารดาจำเลยจำนำนาพิพาทไว้กับปู่ของโจทก์ อีก 2 ปีต่อมา มารดาจำเลยได้มอบนาพิพาทนั้นให้ปู่ของโจทก์ ทำต่างดอกเบี้ยกิริยาที่มารดาจำเลยกับปู่ของโจทก์ประพฤติต่อกันนี้จึงเป็นกิริยาการขายฝาก เมื่อมารดาจำเลยมิได้ไถ่คืนภายใน 10 ปี ที่พิพาทจึงหลุดเป็นของปู่ของโจทก์. (ฎีกาที่ 22/117, ที่ 25/123, ที่ 467/2457, ที่ 81/2469, ที่ 790/2469 และที่ 1044/2492)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 ม.4 ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่านางจ้อยมารดาจำเลย ได้จำนำมาโฉนดที่ ๑๖๗ จังหวัดปราจีนบุรีไว้กับ นายเก๊า ปู่โจทก์ จำนำได้ ๒ ปี นางจ้อย ค้างดอกเบี้ยจึงมอบนาให้นายเก๊า ทำต่างดอกเบี้ยและสัญญาว่าถ้าไม่ไถ่คืนภายใน ๑๐ ปียอมยกให้เป็นของ นายเก๊า ที่นาจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ นายเก๊า ตามกฎหมายว่า ด้วยประกาศ เรื่องการจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.๑๑๘ และโดยทางครอบครองตาม ป.พ.พ.๑๓๘๒ คือบิดาโจทก์และตัวโจทก์ได้ครอบครองติดต่อกันมาโดยสงบและเปิดเผยเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โดยปลอดการจำนำ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ฯลฯ จำเลยรับว่านางจ้อยได้ทำสัญญาจำนำและมอบนาให้ นายเก๊า ทำต่างดอกเบี้ย แต่โจทก์ไม่เคยครอบครอง นางจ้อย ไม่เคยตกลงกับนายเก๊าว่าถ้าไม่ไถ่ถอนการจำนำภายใน ๑๐ ปี จะยกกรรมสิทธิ์ที่นาให้ นายเก๊า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์โดยปลอดการจำนำ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ฯลฯ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาจำนำที่พิพาทรายนี้ได้กระทำกันก่อนประกาศใช้บังคับ ป.พ.พ.บรรพ ๓ จึงต้องบังคับตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น กล่าวคือต้องบังคับตาม พ.ร.บ.การขายฝากและจำนำที่ดิน ร.ศ. ๑๑๕ และประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.๑๑๘ ก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ ๓ นั้น การวินิจฉัยว่าสัญญาใดเป็นจำนำ สัญญาใดเป็นเรื่องขายฝากนั้น ศาลฎีกาได้พิพากษาเป็นบรรทัดฐานไว้หลายเรื่องว่า ให้ดูกิริยาที่คู่สัญญาประพฤติกันมาว่าเป็นจำนำหรือขายฝาก แม้สัญญาจะมีข้อความเป็นอย่างอื่นก็ต้องถือตามกิริยาที่ประพฤติต่อกัน ฎีกาที่ ๒๒/๑๑๗, ที่ ๒๕/๑๒๓, ที่ ๔๖๗/๒๔๕๗, ที่ ๘๑/๒๔๖๖๙,ที่ ๗๙๐/๒๔๖๙ และที่ ๑๐๔๔/๒๔๙๒ คดีนี้เป็นอันรับในข้อเท็จจริงว่า นางจ้อยได้มอบนาที่จำนำให้นายเก๊าทำต่างดอกเบี้ยหลังจากทำสัญญาจำนำแล้ว ๒ ปี กิริยาที่นางจ้อย และ นายเก๊า ประพฤติต่อกันนี้จึงเป็นกิริยา การขายฝาก เมื่อ นางจ้อย มิได้ไถ่คืนภายใน ๑๐ ปี ที่พิพาทจึงหลุดเป็นของ นายเก๊า ตั้งแต่ก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ ๓ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1954/2500 นายสงุ่น สมบูรณ์ทรัพย์ โจทก์ นายเล็ก บุญเที่ยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสงุ่น สมบูรณ์ทรัพย์ · จำเลย - นายเล็ก บุญเที่ยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประศาสน์วินิจฉัย · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - จังหวัดปราจีนบุรี - นายธวัช · ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลืองรังษี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591-592/2482
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา