คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้รายหนึ่งได้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา แล้วเจ้าหนี้อีกรายหนึ่งร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ และเจ้าหนี้รายแรกสละสิทธิการบังคับคดีโดยถอนการยึดนั้น ถือเป็นการยึดทรัพย์คนละคราว คนละตอนติดต่อกัน ไม่ใช่การยึดร่วมกัน เจ้าหนี้รายแรกจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมการยึด แม้จะไม่มีการขายทอดตลาดก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ในระหว่างที่ โจทก์นำยึดทรัพย์ของจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าหนี้อื่นร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์ยึด โจทก์ไม่คัดค้านขอสละสิทธิการบังคับคดี ขอถอนการยึด โดยอ้างว่า จำเลยได้ชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว ผู้ร้องขอสวมสิทธิยึดทรัพย์รายนั้นต่อไป เพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ผู้ร้อง ดังนี้ โจทก์ต้องเสียค่าธรรมเนียมการยึด(แล้วไม่มีการขาย) เพราะเป็นเรื่องต่างคนต่างยึดคนละคราว คนละตอนติดต่อกัน ไม่ใช่การยึดร่วมกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจ้อง สุวรรณเวลา · จำเลย - นายเซ่งล่ำ ทัมพากร ที่ 1 นายเขียนหยก ผันเซียน ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัยบัณฑิต · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา