คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานในวันหยุดมีสิทธิได้รับค่าจ้างในอัตราสองเท่าของอัตราปกติ หากนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างดังกล่าวโดยมีเหตุอันสมควร อาจถือเป็นการผิดนัดโดยไม่มีเหตุอันสมควรได้
ย่อคำพิพากษา
ลูกจ้างรายเดือนที่มาทำงานให้นายจ้างในวันหยุดงาน มีสิทธิได้ค่าจ้างเป็น 2 เท่า ตามพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. 2499 มาตรา 26
นายจ้างประกาศไม่จ่ายค่าจ้าง 2 เท่า ให้ลูกจ้างรายเดือนโดยเข้าใจข้อกฎหมายผิด ฝ่ายลูกจ้างไม่ทักท้วงและไม่เรียกร้องเอาค่าจ้างจนล่วง 1 ปี เศษจึงมาฟ้องโดยจำเลยก็ยินดีจะจ่ายให้ตามความเห็นของสารวัดแรงงาน ดังนี้จะถือว่านายจ้างจงใจผิดนัดไม่จ่ายค่าจ้างโดยไม่มีเหตุผลสมควรไม่ได้ ตามพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. 2499 มาตรา 33 วรรค 2
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.2499 ม.26 พระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ.2499 ม.33
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างรายเดือนของจำเลย และโจทก์มิได้หยุดงานในวันหยุดงานประจำปี รวม ๑๔ วัน ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้ค่าจ้างในอัตรา ๒ เท่าตามตามพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๒๖ รวมเป็นเงิน ๗๘๐.๐๓ บาท แต่จำเลยไม่จ่ายเงินรายนี้ โดยฝ่าฝืนกฎหมายและไม่มีเหตุผลอันสมควร จำเลยต้องรับผิดเสียค่าจ้างเพิ่มให้โจทก์อีกร้อยละ ๑๕ ทุกระยะ ๗ วัน ของเงินที่ค้างชำระตาม ตามพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๓๓ อีกด้วย ซึ่งคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงินอีก ๔,๘๐๒.๐๗ จึงฟ้องขอให้ชำระเงิน ๒ จำนวนดังกล่าวพร้อมทั้งค่าจ้างเพิ่มอีกร้อยละ ๑๕ ของเงินที่ค้างชำระ ๗๘๐.๐๓ บาท ทุกระยะ๗ วัน จนกว่าจะใช้เงินเสร็จ
จำเลยให้การว่า เมื่อสารวัดแรงงานชี้แจงว่าต้องจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ในวันที่โจทก์ทำงานในวันหยุดงานด้วย จำเลยก็ไม่ขัดข้องที่จะจ่ายให้โจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมรับเพราะเกี่ยงจะเอาค่าจ้างเพิ่มอีกด้วย ซึ่งจำเลยไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย เพราะมิได้ผิดนัด และจำเลยเข้าใจโดยสุจริตว่ายังไม่มีหน้าที่ต้องจ่าย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง ให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษา แก้ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในวันหยุด ๑๔ วันที่โจทก์ทำงานเท่านั้น เป็นเงิน ๗๗๕.๓๕ บาท
โจทก์ฎีกาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างเพิ่มตามตามพระราชบัญญัติแรงงาน พ.ศ. ๒๔๙๙ มาตรา ๓๓ วรรค ๒ ด้วย
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ประกาศไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างรายเดือนที่มาทำงานในวันหยุด เป็น ๒ เท่า แต่โจทก์ไม่ทักท้วงและไม่เรียกร้องเอาค่าจ้างจนล่วงเวลาถึง ๑ ปีเศษ น่าเชื่อว่าจำเลยเข้าใจข้อกฎหมายผิดไป จะถือว่าจำเลยจงใจผิดนัดโดยไม่มีเหตุสมควรยังไม่ได้ ต่อมาเมื่อโจทก์เรียกร้อง จำเลยก็ไม่ปฏิเสธแต่ได้หารือสำนักงานใหญ่และทนายความตลอดจนสารวัดแรงงาน เมื่อสารวัดแรงงานให้จ่าย จำเลยก็ยินดี แต่โจทก์รีบมาฟ้องเสียก่อน และเรียกเอาค่าจ้างเพิ่มด้วย ซึ่งสารวัดแรงงานว่า จำเลยไม่ต้องรับผิด จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1735/2503
นายทศ โกฎิสิน โจทก์
บริษัท ระนองคอนโซลิเคเต็ดตินเครยิง จำกัด (นายดี.อี.ไมลส์ เป็นผู้จัดการ
และเป็นประธานกรรมการ จำเลย)
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทศ โกฎิสิน · เป็นผู้จัดการ - บริษัท ระนองคอนโซลิเคเต็ดตินเครยิง จำกัด (นายดี.อี.ไมลส์ · จำเลย) - และเป็นประธานกรรมการ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัยบัณฑิต · ไชยเจริญ สันติศิริ · พิทักษ์มนูศาสตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระนอง - นายเปล่ง แสงโสภณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากยพิบูล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา