คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับเงินหรือรับชำระราคาเกินกว่า 10 บาท ต้องบันทึกรายการรับเงินทุกครั้งตามจำนวนเงินที่รับจริงเป็นคราวๆ ไป แม้จะได้รับเงินมัดจำไม่ถึง 10 บาทก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ประมวลรัษฎากร มาตรา 105 ตรี ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2496 มาตรา 44 บัญญัติให้ผู้รับเงินหรือรับชำระราคารวมเงินที่ได้รับทุกครั้งทำบันทึกตามแบบที่อธิบดีกำหนดเป็นวันๆ คือ ถือตามจำนวนเงินที่รับจริงเป็นคราวๆ ไป
ฉะนั้น ที่จำเลยรับจ้างถ่ายรูปแต่ละครั้งได้ตกลงราคาเกินกว่า 10 บาท แม้จะรับเงินมัดจำไม่ถึง 10 บาท จำเลยก็ต้องกรอกรายการรับเงินทุกครั้ง มิใช่รอไว้รวมจนครบจำนวนราคาแล้วจึงออกใบรับปิดอากรแสตมป์ภายหลัง
ประชุมใหญ่ ครั้ง 2/2504
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.44 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 ม.50
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยได้รับเงินและรับชำระราคาจากการค้าประเภทการถ่ายรูปจากประชาชนผู้มาจ้างจำเลยถ่ายรูปให้หลายคนเป็นจำนวนครั้งหนึ่งๆ ไม่ถึง ๑๐ บาท แต่จำเลยบังอาจฝ่าฝืนไม่รวมเงินเฉพาะในกรณีที่รับจากประชาชนผู้มาจ้างถ่ายรูปได้ชำระเงินให้จำเลยครั้งหนึ่งๆ ไม่ถึง ๑๐ บาททุกครั้ง เมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ ได้จำนวนเท่าใดทั้งไม่ได้บันทึกจำนวนเงินนั้นรวมขึ้นเป็นวันๆ ในแบบ อ.ส. ๑๗ ขอให้ลงโทษตามประมวลรัษฎากร
จำเลยให้การปฏิเสธว่า ไม่มีหน้าที่ต้องกรอกรายการตามแบบ อ.ส.๑๗
ศาลชั้นต้นเห็นว่า กรณีของจำเลยเป็นการรับเงินหรือรับชำระราคาตั้งแต่ ๑๐ บาทขึ้นไปตามมาตรา ๑๐๕ (๑) จำเลยจึงไม่มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๑๐๕ ตรี ซึ่งเป็นกรณีรับเงินหรือชำระราคาครั้งหนึ่งไม่ถึง ๑๐ บาท จำเลยจึงไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กฎหมายที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือ ประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๐๕ ตรี ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๕๖ มาตรา ๔๔ บัญญัติว่า "ในกรณีรับเงินหรือรับชำระราคาจากการค้าประเภทต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๐๕ (๑) ถ้ามีจำนวนครั้งหนึ่งๆ ไม่เกิน ๑๐ บาท ให้ผู้รับเงินหรือชำระราคารวมเงินเฉพาะในกรณีดังกล่าวที่รับทุกครั้ง เมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ ได้จำนวนเท่าใด ให้ทำบันทึกจำนวนเงินนั้นรวมเป็นวันๆ ตามแบบที่อธิบดีกำหนดและเก็บไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับแต่วันทำบันทึก" ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้ผู้รับเงินหรือรับชำระราคารวมเงินที่ได้รับทุกครั้ง ทำบันทึกตามแบบที่อธิบดีกำหนดรวมเงินเป็นวันๆ หรืออีกนัย คือ ถือตามจำนวนเงินที่รับจริงเป็นคราวๆ ไป คือ จำเลยต้องกรอกรายการรับเงินที่ไม่ถึง ๑๐ บาททุกครั้ง มิใช่รอไว้รวมจนครบจำนวนราคาแล้ว จึงออกใบรับปิดอากรแสตมป์ดังที่ต่อสู้
พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๒๗ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๔๔๖ มาตรา ๕๐ ให้ปรับจำเลย ๑๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2504
อัยการจังหวัดลำพูน โจทก์
นายประดิษฐ์ พงษ์ธา จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายประดิษฐ์ พงษ์ธา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · การุณย์นราทร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลำพูน - นายชูเชิด รักตะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายเริ่ม นนทสุต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา