⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1176/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องแย้งจะทำได้ก็ต่อเมื่อข้อหาที่ฟ้องแย้งนั้นเกี่ยวเนื่องกับข้อหาที่โจทก์ฟ้องมาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อสินค้าต่างๆ จำพวกน้ำมัน เครื่องอาหลั่ยตู้เย็นและเครื่องโทรศัพท์ไปจากโจทก์แล้วได้ชำระราคาให้โจทก์บ้าง และขอผัดผ่อนจำนวนที่ค้างเรื่อยมา ขอให้บังคับให้จำเลยใช้หนี้ที่ค้าง จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ในระยะเวลาตามฟ้องนั้นจำเลยไม่ได้ซื้อสินค้าจากโจทก์ เว้นแต่ได้ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกให้โจทก์ คือ จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันนั้นไปจากโจทก์ ได้ชำระเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อบางงวดแล้ว ต่อมาโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาโจทก์เอารถคืนไป แต่ไม่คืนเงินให้จำเลย ขอให้บังคับให้โจทก์คืนเงินมัดจำและค่าเช่าซื้อรถยนต์นั้น กับใข้ค่าเสียหาย เรื่องที่จำเลยฟ้องแย้งนี้ กรณีเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก นอกเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลย ไม่เกี่ยวกับฟ้องของโจทก์จำเลยฟ้องแย้งไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึง พฤศจิกายน ๒๕๐๑ จำเลยได้ซื้อสินค้าต่างๆ จำพวก น้ำมันเครื่อง อาหลั่ยตู้เย็น และเครื่องโทรศัพท์ไปจากโจทก์ ต่อมาได้ชำระราคาให้โจทก์บ้างแล้ว และขอผัดผ่อนจำนวนที่ค้างเรื่อยมา ขอให้บังคับให้จำเลยใช้หนี้ที่ค้างจำเลยให้การต่อสู้หลายประการ และฟ้องแย้งด้วยว่า ในระยะเวลาตามฟ้องโจทก์นั้น จำเลยไม่ได้ซื้อสินค้าจากโจทก์เว้นแต่ได้ชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกใช้น้ำมันดีเซลขนาด ๕ ตันให้โจทก์ กล่าวคือ จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันนั้นไปจากโจทก์ ได้ชำระเงินมัดจำและคาเช่าซื้อบางงวดแล้ว ต่อมาโจทก์ผิดสัญญาเพราะไม่ทำทะเบียนให้ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาโจทก์เอารถคืนไปแต่ไม่คืนเงินให้จำเลย ขอให้บังคับให้โจทก์คืนเงินมัดจำและเงินค่าเช่าซื้อที่จำเลยชำระนั้นกับค่าเสียหาย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งโดยกล่าวด้วยว่า จำเลยฟ้องแย้งโจทก์ในเรื่องผิดสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหา ไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ขอให้ยกคำฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาข้อนี้แล้วมีคำสั่งเพิกถอนคำสังรับคำให้การฟ้องแย้งของจำเลย ให้คืนคำฟ้องแย้งแก่จำเลยเพื่อไปแยกฟ้องโจทก์ต่างหาก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องและคำแถลงของโจทก์แสดงชัดอยู่แล้วว่าโจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยเกี่ยวกับรถยนต์ ฉะนั้น เรื่องรถยนต์ที่จำเลยฟ้องแย้งขึ้นมาจึงเป็นกรณีอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก นอกเรื่องที่โจทก์ฟ้องจำเลย คือ เป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับฟ้องของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ ระบุว่า ถ้าฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแล้ว ให้ศาลสั่งให้จำเลยฟ้องเป็นคดีต่างหาก จำเลยจึงฟ้องแย้งไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2504 บริษัทบาโรบาเรน (1948) จำกัด โดยนายซี.อี.เวสตันและพระยาปรีดานฤเบศก์ ผู้ชำระบัญชี โจทก์ บริษัทไพศาลเจริญผล จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยนายซี.อี.เวสตันและพระยาปรีดานฤเบศก์ - บริษัทบาโรบาเรน (1948) จำกัด · โจทก์ - ผู้ชำระบัญชี · จำเลย - บริษัทไพศาลเจริญผล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · บริรักษ์จรรยาวัตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายพิศิษฐ์ เทศะบำรุง · ศาลอุทธรณ์ - นายธุงสิทธิ์ พวงกนก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา