คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวปราศรัยในที่สาธารณะโดยไม่มีการนัดหมายร่วมใจกัน ไม่ถือเป็นการชุมนุมมั่วสุมอันเป็นความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ทุ่งศรีเมืองอันเป็นที่สาธารณซึ่งตามปกติมีประชาชนมาเที่ยวเตร่พักผ่อนและมีร้านขายอาหาร จำเลยถือโอกาสนั้นกล่าวคำปราศรัยให้ประชาชนฟังเพื่อหาคะแนนนิยมส่วนตัว โดยไม่มีการนัดหมายร่วมใจกันอย่างไร นั้น ไม่เป็นการชุมนุมมั่วสุมอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2495 มาตรา 8 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ออกตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2504)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2495 ม.8
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกับพวกอีกประมาณ ๓๐๐ คน ร่วมชุมนุมมั่วสุม ณ ทุ่งศรีเมือง โดยมิใช่ปกติธุระและไม่ได้รับอนุญาตฝ่าฝืนประกาศออกตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๔๙๕ และจำเลยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่รับอนุญาตด้วย ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษาคดีนี้กับคดีที่นายกลิ่น ปลั่งนิล ถูกฟ้องอีกคดีหนึ่งว่าสมคบกับจำเลยคดีนี้ทำผิดร่วมกัน แล้วฟังว่าจำเลยทั้ง ๓ นี้กับนายกลิ่น ปลั่งนิล ได้ขึ้นพูดบนเวทีทุ่งศรีเมืองทีละคนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยใช้เครื่องกระจายเสียง มีประชาชนฟังประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ คน แต่เห็นว่าคนเหล่านั้นไม่ได้สมคบกัน เพราะทุ่งศรีเมืองเป็นที่สาธารณที่ประชาชนมาเที่ยวเตร่ เครื่องกระจายเสียงก็ไม่ได้ความว่าใช้กำลังไฟฟ้า จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำต้องสมคบกันมาร่วมชุมนุม แม้ต่างคนต่างมาฟังคำปราศรัยของจำเลย ก็เป็นการชุมนุมหรือมั่วสุม พิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยคนละ ๑๐๐ บาท ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๔๙๕ มาตรา ๘,๑๖
ร.ต.ต.ธำรง จำเลยผู้เดียวฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีได้ความแต่เพียงว่า จำเลยได้พูดกระจายเสียงให้ประชาชน ๓๐๐-๔๐๐ คนฟังที่ทุ่งศรีเมืองอันเป็นที่สาธารณซึ่งตามปกติประชาชนไปเที่ยวเตร่พักผ่อน มีร้านขายอาหารรอบ ๆ ทุ่ง เห็นได้ว่า การที่ประชาชนมาฟังจำเลยพูดมิใช่ด้วยการนัดหมายร่วมใจกันอย่างใด จำเลยถือโอกาสที่คนมาเที่ยวแล้วกล่าวคำปราศรัยเพื่อหาคะแนนนิยมส่วนตัว จะฟังว่าคนเหล่านั้นเจตนามาร่วมชุมนุมมั่วสุมกับจำเลยเพราะการนัดหมายของจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาประชุมใหญ่มีมติว่า พฤติการณ์เช่นนี้ ไม่เป็นการชุมนุมมั่วสุมอันเป็นความผิดดังฟ้อง และความข้อนี้เป็นเหตุในลักษณะคดี จึงให้มีผลถึงจำเลยทุกคนทั้ง ๒ คดีที่รวมพิจารณาพิพากษามา
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ คดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2504
อัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์
นายวรกาล ไชยกาล ที่ 1,นายเติม ศรีสมุทร์ ที่ 2,นายร้อยตำรวจตรี ธำรง ทรง
กำพล ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดอุบลราชธานี · ทรง - นายวรกาล ไชยกาล ที่ 1,นายเติม ศรีสมุทร์ ที่ 2,นายร้อยตำรวจตรี ธำรง · จำเลย - กำพล ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายไสล วรรณพินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ ปุษปาคม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา