คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณภาษี ต้องเป็นเงินที่ได้รับมาแล้ว ไม่ใช่สิทธิเรียกร้องที่จะได้รับในอนาคต
2. สิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงินในอนาคต ยังไม่ถือเป็นเงินได้ตามกฎหมายภาษี
ย่อคำพิพากษา
(1) ความในมาตรา 39 นั้น เงินได้อันจะนำมาคำนวณภาษีนั้น จะต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้ว มิใช่เป็นแต่เพียงสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับมาในภายหน้า
(2) สิทธิเรียกร้องที่จะได้รับมาในภายหน้าในขณะครบรอบระยะเวลาบัญชียังไม่เป็นเงินได้ตามมาตรา 39 ที่จะนำไปคิดเป็นกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการตามมาตรา 65
(3) คำว่า "กิจการที่กระทำ" ในมาตรา 65 นั้น หมายความถึงกิจการที่กระทำจนได้เงินมาเป็นเงินได้แล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลรัษฎากร ม.39 ประมวลรัษฎากร ม.65
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ยกคำชี้ขาดอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ และแสดงว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษี ๑๘๔,๕๘๐.๓๐ บาท
จำเลยให้การว่า คำชี้ขาดของจำเลยที่ ๒ ชอบแล้ว ฟ้องเคลือบคลุมและยังไม่มีสิทธิฟ้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คำชี้ขาดอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ถูกต้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะว่าจำเลยจะเอาเงินค่าสร้างทางสายสุวรรณศร ๙๒๒,๔๒๐ บาท ที่โจทก์ได้รับในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ มารวมเป็นยอดรับในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ เพื่อคำนวณในการหากำไรสุทธิให้บริษัทโจทก์เสียภาษีเงินได้สำหรับปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ไม่ได้
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาว่า มีปัญหาเฉพาะที่จำเลยฎีกาว่า การนำยอดเงิน ๙๒๒,๔๒๐ บาทมาคำนวณเป็นรายรับของโจทก์ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ด้วย เพราะโจทก์ได้สร้างทางเสร็จและส่งมอบตั้งเบิกแล้ว เป็นแต่ได้รับเงินข้ามปีไป ๕ วัน กรมทางเป็นลูกหนี้โจทก์ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ อยู่แล้ว และศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๓๙ "เงินได้พึงประเมิน" หมายความว่าเงินได้อันเข้าลักษณะพึงเสียภาษีในหมวดนี้ เงินได้ที่กล่าวนี้ให้หมายความรวมตลอดถึงทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ซึ่งอาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน ดังนี้ ตามบทกฎหมายนี้ก็เป็นที่เห็นได้ชัดว่าเงินได้อันจะนำมาคำนวณภาษีนั้นจะเป็นเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นก็ดี ก็ต้องเป็นสิ่งที่ได้รับมาแล้ว มิใช่เป็นแต่เพียงสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างอื่นในภายหน้า ซึ่งในขณะครบรอบระยะเวลาบัญชี ยังไม่เป็นเงินได้ตามมาตรา ๓๙ ที่จะนำไปคิดเป็นกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการของโจทก์ตามมาตรา ๖๕ แต่อย่างใด ความในมาตรา ๖๕ นั้นเองก็ยังใช้คำว่า "เงิน" ที่ต้องเสียภาษีตามความในส่วนนี้ คือ กำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี ฯลฯ ศาลฎีกาเห็นว่า
กิจการที่กระทำตามความในมาตรา ๖๕ นี้ หมายความถึงกิจการที่กระทำจนได้เงินมาเป็นเงินได้แล้วนั่นเอง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 580/2506
บริษัทไทยนิยมพาณิชย์ จำกัด โดยนายสุขุม แพ่งสภา ผู้รักษาการใน
ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ โจทก์
กรมสรรพกร ที่ 1 นายหิรัญ สูตะบุตร (อธิบดีกรมสรรพากร) ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รักษาการใน - บริษัทไทยนิยมพาณิชย์ จำกัด โดยนายสุขุม แพ่งสภา · โจทก์ - ตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ · ล. - กรมสรรพกร ที่ 1 นายหิรัญ สูตะบุตร (อธิบดีกรมสรรพากร) ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · บริรักษ์จรรยาวัตร · พจน์ ปุษปาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายชลอ บุปผเวส · ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา