คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737-738/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. โต๊ะอิหม่ามไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนมัสยิดโดยลำพัง หากกฎหมายไม่ได้บัญญัติให้สิทธิหรืออำนาจไว้
2. การไม่แจ้งการครอบครองที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินฯ ไม่ทำให้ผู้ครอบครองเสียสิทธิครอบครองในที่ดินนั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 ไม่ได้บัญญัติให้สิทธิหรืออำนาจแก่โต๊ะอิหม่ามฟ้องคดีแทนมัสยิดได้โดยลำพังแล้วโจทก์ซึ่งเป็นโต๊ะอิหม่ามจึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินของมัสยิดโดยลำพังได้แต่อย่างใด
การที่ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 บัญญัติให้ผู้ครอบครองที่ดินแจ้งการครอบครองนั้น เป็นเรื่องที่รัฐประสงค์จะทราบว่าผู้ใดมีสิทธิในที่ดินนั้น ๆ มิใช่ว่าถ้าไม่แจ้งแล้วผู้ครอบครองที่ดินจะเสียไปซึ่งสิทธิครอบครองที่ดินนั้นด้วย.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสองสำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกันโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องมีใจความว่าจำเลยบุกรุกแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินสุเหร่า ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปและห้ามเข้าเกี่ยวข้องต่อไป
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฎิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท
จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาเห็ฯว่า ฟ้องของนายเหลดโจทก์ที่ฟ้องนายเรนเป็นจำเลยนั้น ได้กล่าวบรรยายในฟ้องว่า โจทก์เป็นโต๊ะอิหม่ามซึ่งเป็นหัวหน้าของคณะในทางศาสนาอิสลาม สุเหร่าที่พิพาทกันนี้ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ซึ่งศาลฎีกาได้พิเคราะห์พระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ.๒๔๙๐ แล้ว ไม่มีมาตราใดให้สิทธิหรืออำนาจแก่โต๊ะอิหม่ามฟ้องคดีแทนมัสยิดได้โดยลำพังดังนั้น นายเหลดมาเป็นโจทก์ฟ้องนายเรนจำเลยโดยที่นายเหลดมีฐานะเป็นโต๊ะอิหม่ามเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยลำพัง จึงยังไม่มีอำนาจ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น
ที่จำเลยฎีกาว่า สุเหร่าไม่ได้แจ้งการครอบครองที่พิพาท ถือได้ว่าได้สละสิทธิการครอบครองจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า ที่ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ บัญญัติให้ผู้ครอบครองที่ดินแจ้งการครอบครองไว้นั้น เป็นเรื่องที่รัฐประสงค์ที่จะทราบว่าผู้ใดมีสิทธิครอบครองที่ดินนั้นๆ ไม่ใช่ว่าถ้าไม่ได้แจ้งการครอบครองแล้ว ผู้ครอบครองที่ดินนั้นจะเสียไปซึ่งสิทธิครอบครองของเขา ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืนในสำนวนที่นายนี ขุนพยูนมุขมานิตเป็นจำเลย และพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่นายเรน นายเลิศ เป็นจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737 - 738/2506
นายเหลด หมานหมิด กับพวกรวม 29 คน ตามบัญชีรายชื่อท้ายฟ้อง โจทก์
นายนี หมัดตะเอ ที่ 1 ขุนพยูนมุขมานิต ที่ 2 ล.
นายเหลด หมานหมิด โจทก์
นายเรน ละบิลา ล.
นายเลิศ อาทิตย์ ล.ร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหลด หมานหมิด กับพวกรวม 29 คน ตามบัญชีรายชื่อท้ายฟ้อง · ล. - นายนี หมัดตะเอ ที่ 1 ขุนพยูนมุขมานิต ที่ 2 · โจทก์ - นายเหลด หมานหมิด · ล. - นายเรน ละบิลา · ล.ร่วม - นายเลิศ อาทิตย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสวิก อุตระ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา