คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1-6/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องในชั้นบังคับคดีว่าจำเลยมิใช่บริวารของผู้เช่า ย่อมไม่เป็นอุปสรรคต่อการที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องขับไล่จำเลยใหม่ได้
- สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีผลใช้บังคับได้เพียง 3 ปี
- หากข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าทรัพย์สินที่พิพาทกันมิใช่เคหะอันได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมการเช่าแล้ว ศาลไม่จำต้องสืบพยานบุคคลต่อไป
ย่อคำพิพากษา
คดีเดิม ชั้นบังคับคดีโจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่าจำเลยนี้เป็นบริวารของผู้เช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยมิใช่บริวารให้ยกคำร้อง โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องจำเลยใหม่ขอให้ขับไล่ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
สัญญาที่โจทก์ทำกับผู้เช่าโดยให้ผู้เช่าที่ดินปลูกตึกพิพาทแล้วเอาตึกให้ผู้อื่นเช่าได้มีกำหนด 10 ปีนั้น มีผลผูกพันระหว่างโจทก์กับผู้เช่าส่วนจำเลยจะมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทได้เพียงใดต้องเป็นไปตามสัญญาเช่าที่จำเลยทำไว้กับผู้เช่าเมื่อสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับผู้เช่าไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมมีผลใช้บังคับได้เพียง 3 ปีจำเลยอยู่มาครบ 3 ปีแล้ว โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยชอบแล้ว โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้
เมื่อข้อเท็จจริงเท่าที่ศาลชั้นต้นไปเผชิญสืบและบันทึกไว้พอวินิจฉัยได้แล้วว่า ห้องพิพาทมิใช่เคหะอันได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ ศาลก็ไม่จำต้องสืบพยานบุคคลต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเติม จารุจินดา ที่ 1 นายชุณ จารุจินดา ที่ 2 · จำเลย - นางกุ้ยไถ่ แซ่เล้า · โจทก์ - นายเติม จารุจินดา ที่ 1 นายชุณ จารุจินดา ที่ 2 · จำเลย - นางซิวฮุ้น แซ่เตีย · โจทก์ - นายเติม จารุจินดา ที่ 1 นายชุณ จารุจินดา ที่ 2 · จำเลย - นายหวอง เฮว่อย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา