คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 315/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแปลงสัญชาติเป็นคนต่างด้าวโดยมีเจตนาจะกลับมามีสัญชาติไทยเดิม ถือว่าบุคคลนั้นยังไม่สมัครใจสละสัญชาติไทยโดยกำเนิด จึงยังไม่ขาดสัญชาติไทย
ย่อคำพิพากษา
บุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด เดินทางไปประเทศจีนเพื่อการศึกษา แต่มิได้ทำหนังสือเดินทางให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อมามีความประสงค์จะกลับประเทศไทย ได้ขอหนังสือเดินทางจากกงสุลไทยไม่ได้จึงแปลงสัญชาติเป็นคนปอร์ตุเกตก่อน ครั้นเมื่อกลับเข้ามาถึงประเทศไทยแล้วได้ขอพิสูจน์สัญชาติเป็นคนไทยทันที เช่นนี้ แสดงว่าบุคคลผู้นั้นมิได้สมัครใจสละสัญชาติไทยโดยกำเนิด จึงยังไม่ขาดสัญชาติไทย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไฝ่หลิ่ม แซ่หลิ่ว หรือนายเลาไวลัม · จำเลย - กรมตำรวจโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ รักษาการแทนอธิบดีกรมตำรวจ ที่ 1 · จำเลย - พลตำรวจโทกระเษียร ศรุตานนท์ หัวหน้ากองตรวจคนเข้าเมือง ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · คร้าม สิวายะวิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา