⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1123/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่สามีภริยาจะขาดจากการเป็นสามีภริยากันได้นั้น ต้องมีการหย่าตามพิธีการ หรือมีพฤติการณ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ การแยกกันอยู่โดยที่ฝ่ายหนึ่งยังคงไปมาหาสู่และอุปการะอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ ยังไม่ถือว่าขาดจากการเป็นสามีภริยากัน

ย่อคำพิพากษา

ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย การที่หญิงชายจะขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ก็ด้วยการหย่าตามพิธีการ หรือมีพฤติการณ์ต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ฉะนั้น การที่ภริยาเพียงแต่แยกออกไปอยู่กับบิดามารดา แต่สามียังไปมาหาสู่ ทั้งยังส่งเงินให้ใช้จ่ายตลอดมานั้น ยังหาถือว่าได้ขาดจากการเป็นสามีภริยากันไม่ ภริยาจึงยังมีสิทธิรับบำนาญตกทอดของสามีด้วย คำว่า "ร้าง" แปลว่าทอดทิ้งไว้ หรือ ไปจากเมื่อเอามาผสมกับคำว่า "เลิก" แล้ว ความหมายในเรื่องผัวเมียก็แปลได้ว่า ไม่ได้อยู่ร่วมกันหรือทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไว้เท่านั้น ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย การทิ้งเมียร้างไว้ยังไม่ขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ยังจะต้องมีพฤติการณ์อย่างอื่นประกอบอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นภริยาขุนจำนงค์รักษา แต่ได้เลิกจากการเป็นสามีภริยากันแล้ว ต่อมาขุนจำนงค์รักษาจึงแต่งงานกับโจทก์ อยู่กินร่วมกันมาจนขุนจำนงค์รักษาถึงแก่กรรม โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอรับเบี้ยบำนาญตกทอดต่อทางการ จำเลยได้ยื่นคำร้องขอรับบำนาญตกทอดด้วย จึงขอให้ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นภริยาขุนจำนงค์รักษาตั้งแต่ก่อนใช้กฎหมายจดทะเบียนสมรส จำเลยยังมิได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับขุนจำนงค์รักษาจึงมีสิทธิรับบำนาญตกทอดด้วยผู้หนึ่ง พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยกับขุนจำนงค์รักษาต่างได้ละทิ้งกันจึงขาดจากการเป็นสามีภริยา จำเลยไม่มีสิทธิจะเข้าไปแบ่งส่วนบำนาญตกทอด พิพากษากลับ ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องขอรับบำนาญตกทอดดังกล่าว จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยแยกออกไปอยู่กับบิดามารดานั้น ได้ขาดจากการเป็นสามีภริยากับขุนจำนงค์รักษาหรือไม่ ปรากฏว่า โจทก์จำเลยต่างได้เป็นภริยาขุนจำนงค์รักษามาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ และพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.๒๔๗๘ ขณะจำเลยแยกออกไปก่อนประมวลกฎหมายและพระราชบัญญัติดังกล่าวประกาศใช้ จึงต้องใช้กฎหมายลักษณะผัวเมียบังคับ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า การที่หญิงชายจะขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ก็ด้วยการหย่าตามพิธีการ หรือมีพฤติการณ์ต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลฎีกาเชื่อว่า หลังจากที่จำเลยแยกไปอยู่กับบิดามารดาแล้ว ขุนจำนงค์รักษายังได้ไปมาหาสู่จำเลยทั้งยังส่งเงินให้จำเลยใช้จ่ายตลอดมาด้วย เฉพาะคำว่า "ร้าง" แปลว่า ทอดทิ้งไว้หรือไปจาก เมื่อเอามาผสมกับคำว่า "เลิก" แล้ว ความหมายในเรื่องผัวเมียก็แปลได้ว่า ไม่ได้อยู่ร่วมกันหรือทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไว้เท่านั้น ตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย การทิ้งเมียร้างไว้ยังไม่ขาดจากการเป็นสามีภริยากัน ยังจะต้องมีพฤติการณ์อย่างอื่นประกอบอีก และมิใช่ว่าชายจะทำได้แต่ฝ่ายเดียว ยังจะต้องประกอบด้วยการกระทำของฝ่ายหญิงในลักษณะยินยอมให้ขาดจากการเป็นสามีภริยากันด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะขุนจำนงค์รักษาถึงแก่กรรม จำเลยยังเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของขุนจำนงค์รักษา จึงมีสิทธิได้รับบำเหน็จตกทอดของขุนจำนงค์รักษาด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2508 นางเครือ จำนงค์รักษา โจทก์ นางเจือทิพย์ จำนงค์รักษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเครือ จำนงค์รักษา · จำเลย - นางเจือทิพย์ จำนงค์รักษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสาท สุคนธมาน · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา