คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 554/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนเครื่องจักรในโรงงานเดิมที่ได้รับอนุญาตแล้ว ไม่ถือเป็นการตั้งโรงงานขึ้นใหม่ จึงไม่เป็นความผิดฐานตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ตั้งโรงงานสีข้าวก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยตั้งโรงงานโดยได้รับอนุญาตอยู่แล้ว เพียงแต่จำเลยเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ที่ใช้ในโรงงานเดิมเท่านั้น ไม่ถือว่าตั้งโรงงานขึ้นใหม่ ดังนี้ จำเลยจึงไม่ผิดฐานตั้งโรงงานโดยไม่รับอนุญาต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.7 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2482 ม.2 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2482 ม.9
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนี้ตั้งโรงงานคือโรงสีข้าวเล็ก โดยใช้เครื่องจักร ๑ โรง ก่อนได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีตามกฎหมาย ขอให้ศาลลงโทษตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๒,๑๙ พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๗ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๔๘๒ บังคับแก่โรงงานทุกชนิดในท้องที่บางจังหวัด(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ และสั่งจำเลยหยุดดำเนินการจนกว่าจะได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยให้การปฏิเสธ อ้างว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแล้วตามทะเบียนเลขที่ ก. ๔๙๑ ร.อ.
ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยแถลงรับว่า ใบอนุญาตที่ขอให้อำเภอส่งมาเป็นพยานในคดีนี้นั้น เป็นใบอนุญาตสำหรับเครื่องสีเก่า เครื่องเก่าขายให้คนอื่นไปแล้วจึงซื้อเครื่องใหม่แทน จำเลยอาศัยใบอนุญาตเก่านี้สำหรับเครื่องใหม่ จำเลยใช้สถานที่เดิมทำการสีข้าวด้วยเครื่องใหม่นี้
ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย พอวินิจฉัยได้แล้ว มีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่าเครื่องจักรเป็นส่วนสำคัญ ใบอนุญาตนี้ใช้เฉพาะเครื่องสีเก่าที่ขายไปแล้วเท่านั้น จะนำมาใช้เป็นใบอนุญาตสำหรับเครื่องสีใหม่ไม่ได้ จำเลยตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาว่าจำเลยมีคามผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๖, ๑๙ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๗ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. ๒๔๘๒ บังคับแก่โรงงานทุกชนิดในบางจังหวัด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ ให้ปรับจำเลย ๓๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙, ๓๐ กับให้จำเลยหยุดดำเนินการจนกว่าจะได้รับอนุญาต
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า "โรงงาน" นั้น หมายถึงสถานที่ที่ประกอบการค้าหาประโยชน์ จำเลยมิได้ย้ายสถานที่ จึงมิใช่เป็นการตั้งโรงงานใหม่ และสถานที่ที่จำเลยซื้อเครื่องจักรใหม่แทนเครื่องเก่านั้น ได้รับอนุญาตแล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ มีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า เดิมจำเลยเปิดโรงงานสีข้าวโดยใช้เครื่องจักรและได้ขึ้นทะเบียนโรงงานไว้แล้วโดยถูกต้อง ต่อมาจำเลยขายเครื่องจักรเก่า แล้วภายหลังได้ซื้อเครื่องจักรใหม่และใช้สถานที่เดิมเปิดทำการสีข้าวอีก โจทก์ฟ้องว่าจำเลยตั้งโรงงานก่อนได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้รับอนุญาตและได้ขึ้นทะเบียนโรงงานไว้แล้วโดยชอบ จำเลยเพียงแต่เปลี่ยนเครื่องจักรที่ใช้ในโรงงานโดยใช้สถานที่เดิม มิใช่จำเลยตั้งโรงงานขึ้นใหม่ จำเลยจึงไม่ได้กระทำผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 554/2510
อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์
นายทองมี สวัสดิ์เอื้อ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · ล. - นายทองมี สวัสดิ์เอื้อ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไฉน บุญยก · มณี ชุติวงศ์ · โกวิท ถิระวัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด - นายพัลลภ สังโขบล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา หัมพานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา