⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1020/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อนายจ้างไม่พอใจคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ให้จ่ายเงินทดแทนแก่ลูกจ้าง และมิได้อุทธรณ์ตามกฎหมาย คำวินิจฉัยนั้นย่อมเป็นที่สุด และนายจ้างจะยกเหตุอื่นขึ้นโต้แย้งในชั้นศาลไม่ได้ หากลูกจ้างพอใจคำวินิจฉัยและไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินทดแทนตามคำวินิจฉัยนั้น หากไม่จ่าย ลูกจ้างมีสิทธิฟ้องต่อศาลได้โดยไม่จำกัดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

ย่อคำพิพากษา

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินทดแทนตลอดจนจำนวนเงินค่าทดแทน ข้อ 14 นั้น เมื่อคู่กรณี (นายจ้างกับลูกจ้าง) ไม่พอใจคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมแรงงานหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย ก็ต้องอุทธรณ์ไปตามลำดับ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้วินิจฉัยให้นายจ้างจ่ายเงินค่าทดแทนให้ลูกจ้างแล้ว นายจ้างมิได้อุทธรณ์ ก็ต้องถือเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่นั้น จะมาโต้แย้งในชั้นศาลอีกว่าลูกจ้างผู้เป็นโจทก์นั้นไม่ใช่ลูกจ้างหรือโจทก์ประสบอุบัติเหตุเพราะความผิดของโจทก์เองหรือยกเหตุตามประกาศข้อ 15 ขึ้นอ้าง เพื่อไม่จ่ายเงินค่าทดแทนหาได้ไม่ เมื่อลูกจ้างพอใจคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ และไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์คำวินิจฉัยไปยังอธิบดีกรมแรงงาน เมื่อนายจ้างไม่จ่ายเงินค่าทดแทนให้ลูกจ้างตามคำวินิจฉัยนั้นลูกจ้างก็มีสิทธิฟ้องต่อศาลได้ และไม่ใช่กรณีที่อยู่ในบังคับแห่งกำหนดเวลาตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 14 ว่าจะต้องฟ้องภายใน 30 วัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ประสบอุบัติเหตุเนื่องจากการทำงานให้แก่จำเลย ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพไปตลอดชีวิตไม่สามารถประกอบการงานเพื่อยังชีพได้ โจทก์ได้ยื่นคำร้องเรียกค่าตอบแทนไปยังกองคุ้มครองแรงงาน กรมแรงงานจากจำเลย เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าแรงงานแก่โจทก์ คือจ่ายค่าทดแทนคราวเดียวเป็นเงิน ๖,๒๔๐ บาท ค่าทดแทนการสูญเสียแรงงานเดือนละ ๕๘๕ บาทเป็นเวลา ๔ ปี ๑ เดือน โดยให้จ่ายครั้งแรกตั้งแต่วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๐๙ ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๐ เป็นเงิน ๔,๖๘๐ บาท ภายใน ๑๕ วัน และต่อไปอีกเดือนละ ๕๘๕ บาท ทุกเดือนจนครบ ๔ ปี ๑ เดือน ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่โจทก์จ่ายไปจริง ๒,๖๔๖ บาท จำเลยทราบคำสั่งแล้วก็เพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามคำวินิจฉัยและคำสั่งของกรมแรงงาน ๑๕,๙๔๖ บาท กับค่าทดแทนในการสูญเสียแรงงานเป็นรายเดือน ๆ ละ ๕๘๕ บาทนับแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๑๐ เป็นต้นไปจนครบ ๔ ปี ๑ เดือน จำเลยให้การว่า โจทก์ประสบอุบัติเหตุเพราะความผิดของโจทก์เองจำเลยได้ออกค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าครองชีพให้โจทก์และภรรยา ๗,๐๐๐ บาท โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะมาเรียกค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าเสียหายใด ๆ จากจำเลย โจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยตามประกาศของคณะปฏิบัติฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๐๑ และประกาศของกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑ เพราะจำเลยจ้างโจทก์ทำงานเฉพาะครั้งคราวและการทำงานครั้งหนึ่ง ๆ ไม่เกินร้อยวัน อนึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โจทก์จะต้องขอให้ศาลพิจารณาคดีภายในสามสิบวัน แต่คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อล่วงเลยเกิน ๑ เดือนนับแต่เมื่อโจทก์ทราบคำวินิจฉัยจากกรมแรงงาน โจทก์จึงไม่มีสิทธิดำเนินคดีกับจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างตามความหมายในประกาศกระทรวงมหาดไทย จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทน ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยไม่อุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่คำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ต้องนับว่าถึงที่สุด จำเลยหมดสิทธิที่จะยกข้อต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้าง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย (เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทนตลอดจนจำนวนเงินค่าทดแทน ลงวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๐๑) ข้อ ๑๔ ที่กำหนดให้คู่กรณีมีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ต่ออธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ ซึ่งต่อมาได้โอนไปเป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมแรงงานหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่รับคำวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น เป็นประกาศซึ่งออกตามประกาศของคณะปฎิวัติฉบับที่ ๑๙ จึงมีผลบังคับเป็นกฎหมาย ซึ่งคู่กรณีจำต้องปฏิบัติตาม กล่าวคือถ้าคู่กรณีไม่พอใจในคำวินิจฉัยก็ต้องอุทธรณ์ไปตามลำดับ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๐/๒๕๑๐ คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งได้มีคำวินิจฉัยให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนให้โจทก์แล้ว จำเลยมิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยไปตามลำดับตามที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๑๔ กำหนดไว้จึงต้องถือเป็นยุติตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่นั้นแล้ว จำเลยไม่อาจโต้แย้งในชั้นศาลได้อีกว่า โจทก์ไม่ใช่ลูกจ้าง หรือโจทก์ประสบอุบัติเหตุเพราะความผิดของโจทก์เอง หรือยกเหตุตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๑๕ ขึ้นอ้างเพื่อไม่จ่ายเงินทดแทนให้โจทก์ และโจทก์มีสิทธิฎีกาปัญหาข้อนี้ได้ เพราะอยู่ในประเด็นที่ว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยหรือไม่ ไม่เป็นการนอกประเด็นดังที่จำเลยแก้ฎีกา ประเด็นที่จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์จะต้องขอให้ศาลพิจารณาคดีภายใน๓๐ วัน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๑๔ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อ ๑๔ นี้หมายถึงเฉพาะคู่กรณีที่ไม่เห็นชอบกับคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมแรงงานหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมอบหมาย มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาภายใน ๓๐ วันนับแต่วันรับคำวินิจฉัย แต่คดีนี้โจทก์พอใจคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ และไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์คำวินิจฉัยไปยังอธิบดีกรมแรงงาน เมื่อจำเลยไม่จ่ายเงินค่าทดแทนให้โจทก์ตามคำวินิจฉัยของเจ้าหน้าที่ โจทก์ก็มีสิทธิมาฟ้องต่อศาลได้ หาอยู่ในบังคับแห่งกำหนดเวลาดังกล่าวไม่ ส่วนประเด็นเรื่องค่ารักษาพยาบาล เมื่อคำวินิจฉัยกำหนดให้จำเลยจ่ายเท่าที่โจทก์จ่ายไปจริงตามความจำเป็นนั้น โจทก์อ้างว่าได้จ่ายไป ๒,๖๘๖ บาท จำเลยไม่ได้ให้การถึง และมิได้นำสืบหักล้างจึงฟังได้ว่าโจทก์จ่ายไป ๒,๖๘๖ บาท ที่จำเลยนำสืบว่าได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้โจทก์ไปแล้วประมาณ ๔,๐๐๐ - ๕,๐๐๐ บาทนั้น พยานหลักฐานฟังไม่ได้ พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาล ๒,๖๘๖ บาท ค่าทดแทนครั้งเดียว ๖,๒๔๐ บาท และต่อ ๆ ไปเดือนละ ๕๘๕ บาท มีกำหนด ๔ ปี ๑ เดือนนับแต่วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๐๙ (วันเกิดเหตุ) เป็นต้นไปแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2514 นายสุวรรณ สุวรรณเกต โจทก์ นายประเวศ หัตถกิจโกศล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุวรรณ สุวรรณเกต · จำเลย - นายประเวศ หัตถกิจโกศล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · สุธี โรจนธรรม · กฤษณ์ โสภิตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชุมพล จันทราทิพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา