⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1080/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเทียบความรู้นักธรรมเอกให้เท่ากับชั้นมัธยมปีที่ 3 เพื่อสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดนั้น มีผลใช้บังคับได้ แม้จะมีการเทียบความรู้ดังกล่าวภายหลังการสมัครรับเลือกตั้งก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีความรู้สอบได้ประกาศนียบัตรนักธรรมเอก และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดอยู่แล้ว แม้ขณะโจทก์สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดจะยังไม่มีการเทียบความรู้นักธรรมเอก คงมีแต่การตกลงกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กับกระทรวงศึกษาธิการ เทียบความรู้นักธรรมตรีขึ้นไปให้เท่าชั้นมัธยมปีที่ 3 เฉพาะการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล แต่ภายหลังเมื่อกระทรวงมหาดไทยสอบถามไป กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ตอบมาว่ารายการวุฒิต่าง ๆ ซึ่งเคยเทียบไว้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนั้น ให้มีผลใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด ต่อไปด้วย ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าโจทก์มีคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาจังหวัดโดยมีความรู้เทียบไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ 3 อยู่แล้ว หาขาดคุณสมบัติไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2498 ม.7 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด พ.ศ.2482 ม.19

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดกาฬสินธุ์เขตอำเภอยางตลาดต่อมามีการตั้งกรรมการสอบสวนว่าโจทก์ไม่มีความรู้เทียบมัธยม ๓ แล้วจำเลยที่ ๑ มีคำสั่งว่าโจทก์ไม่มีคุณสมบัติ ให้ออกจากเป็นสมาชิก จำเลยที่ ๒ ได้แจ้งคำสั่งให้โจทก์ทราบ ความจริงโจทก์มีความรู้ได้รับประกาศนียบัตรนักธรรมเอกเทียบสูงกว่าชั้น ป.๗ (มัธยม ๓ เดิม)ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยที่ ๑ เป็นโมฆะ และโจทก์เป็นสมาชิกสภาจังหวัดอยู่ตามสภาพเดิม จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า โจทก์สอบได้นักธรรมเอก แต่ไม่ได้ขอเทียบความรู้จากกระทรวงศึกษาธิการ แม้กระทรวงศึกษาธิการจะเทียบความรู้ให้ภายหลัง ก็ไม่มีผลย้อนหลัง วันชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกัน และไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งจังหวัดกาฬสินธุ์ของจำเลยที่ ๑ ที่สั่งให้โจทก์ขาดจากความเป็นสมาชิกสภาจังหวัดกาฬสินธุ์ขัดต่อกฎหมายไม่มีผลบังคับโจทก์ ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกาต่อมา ข้อเท็จจริงได้ความว่า กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการว่าตามที่เคยเทียบความรู้เฉพาะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลไว้นั้น ได้เกิดมีปัญหาในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดและสภาผู้แทนราษฎร จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณาเทียบความรู้ในระดับมัธยมปีที่ ๖ ปีที่ ๓ และประถมปีที่ ๔ให้ เพื่อจะได้ถือเป็นหลักปฏิบัติเพื่อสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาทั้งสามต่อไป เมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้มีหนังสือส่งรายการวุฒิต่าง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการเคยเทียบชั้นการศึกษาระดับต่าง ๆ ตอบมานั้น ได้กำหนดบุคคลซึ่งมีวุฒิผู้ซึ่งได้รับประกาศนียบัตรนักธรรมตรีขึ้นไปว่า มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓ เฉพาะการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งได้ตกลงกับกระทรวงมหาดไทยไว้แล้วให้มีผลใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดต่อไปด้วย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ได้รับประกาศนียบัตรนักธรรมเอกซึ่งสูงกว่านักธรรมตรีโจทก์จึงเป็นผู้ที่มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓ ตามนัยแห่งหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว ส่วนในข้อที่จำเลยฎีกาอ้างมาว่า กระทรวงศึกษาธิการเพิ่งเทียบความรู้ของโจทก์เมื่อวันที่๑๔ พฤษภาคม ๒๕๑๑ หลังจากโจทก์ได้รับเลือกตั้งแล้ว จึงไม่มีผลย้อนหลังทำให้โจทก์มีคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น ศาลฎีกาเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการได้เคยทำความตกลงกับกระทรวงมหาดไทยพิจารณารับรองความรู้ตามคุณวุฒิต่าง ๆ ที่ถือว่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่าสอบไล่ได้ชั้นมัธยมปีที่ ๓ ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการไว้มาก่อนแล้ว ตามหนังสือกระทรวงศึกษาธิการที่ ๘๒๘๒/๒๔๙๖ ลงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๔๙๖ หาใช่ว่าเพิ่งจะมีการพิจารณาหยิบยกคุณวุฒิขึ้นเทียบเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม๒๕๑๑ ดังจำเลยกล่าวอ้างไม่ จึงเห็นได้ว่ากระทรวงศึกษาธิการได้เคยพิจารณาคุณวุฒิของพื้นความรู้ที่ถือว่าไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๓ มาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่โจทก์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด ครั้นเมื่อกระทรวงมหาดไทยมีปัญหาเรื่องพื้นความรู้ของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด ถามกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้พิจารณาแจ้งมาว่าประกาศนีย์บัตรนักธรรมตรีขึ้นไปมีความรู้ไม่ต่ำกว่ามัธยมปีที่ ๓ ดังกล่าวแล้ว อันเห็นได้ว่าโจทก์มีพื้นความรู้ในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๑๙(๓)ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัด(ฉบับที่๓) พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๗ และประกาศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดกาฬสินธุ์มีพื้นความรู้ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่ามัธยมปีที่ ๓ เช่นนี้แล้วจะถือว่าโจทก์ขาดคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่มีคุณวุฒิพื้นความรู้ก่อนโจทก์สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดได้อย่างไร เห็นว่าโจทก์มีคุณสมบัติพื้นความรู้ในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดในขณะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดแล้ว ฉะนั้นคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ที่สั่งให้โจทก์ออกจากความเป็นสมาชิกสภาจังหวัดดังกล่าว จึงเป็นการสั่งที่ไม่ชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1080/2515 นายสุมาตย์ ภูผิวโคก โจทก์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ โดย นายบุรี พรหมลักขโณ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ 1 นายอำเภอยางตลาด โดยนายธานินทร์ วัฒนธานินทร์ ปลัดอำเภอตรี ทำการแทนนายอำเภอ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุมาตย์ ภูผิวโคก · 1 - ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ โดย นายบุรี พรหมลักขโณ ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ · ปลัดอำเภอตรี - นายอำเภอยางตลาด โดยนายธานินทร์ วัฒนธานินทร์ · จำเลย - ทำการแทนนายอำเภอ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · ประสม เภกะสุต · รัตน์ ศรีไกรวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ · ศาลอุทธรณ์ - นายประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 743/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา