คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1641/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกรอกจำนวนเงินลงในเช็คที่ตนเองเป็นผู้สั่งจ่าย (โดยใช้นามแฝง) และเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นผู้กรอกจำนวนเงินลงในเช็คซึ่งมีลายมือชื่อของส. เป็นผู้สั่งจ่ายและมอบให้โจทก์ร่วมเป็นการชำระหนี้ โดยจำเลยอ้างว่าชื่อของ ส. เป็นนามแฝงของจำเลยที่ใช้กับธนาคาร และจำเลยเคยใช้เช็คที่มีชื่อ ส. เป็นผู้สั่งจ่ายชำระหนี้ให้กับโจทก์ร่วม ซึ่งโจทก์ร่วมนำไปขึ้นเงินได้มาก่อนแล้วสองสามครั้ง เช่นนี้ เมื่อโจทก์ร่วมนำเช็คดังกล่าวนั้นไปขึ้นเงินจากธนาคารและธนาคารปฏิเสธการใช้เงิน จำเลยย่อมมีความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)(3)
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกรอกรายการลงในเช็คมอบให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้และแจ้งแก่ผู้เสียหายว่าลายเซ็นผู้สั่งจ่ายในเช็คที่เซ็นว่าแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นนามแฝงของจำเลยที่ใช้กับธนาคาร ผู้เสียหายหลงเชื่อยอมรับเอาเช็คตามฟ้องทั้งสามฉบับไว้ ฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ออกเช็คแก่ผู้เสียหาย เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยต้องมีความผิดพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)(3) ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 3 เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า นายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง ไม่ใช่จำเลย จำเลยกับนายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นคนละคนจำเลยไม่มีความผิด พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นผู้เขียนจำนวนเงินลงในเช็คที่มีลายมือชื่อ นายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นผู้สั่งจ่ายทั้งสามฉบับ มอบให้โจทก์ร่วม และโจทก์ร่วมได้นำเช็คดังกล่าวนั้นไปขึ้นเงินจากธนาคารธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินดังโจทก์กล่าวในฟ้องจริง จำเลยและนายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นคนละคน ลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คทั้งสามฉบับเป็นลายมืออันแท้จริงของนายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย จำเลยเคยใช้เช็คที่มีชื่อแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นผู้สั่งจ่าย ชำระหนี้ให้กับโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมนำไปขึ้นเงินได้มาก่อนแล้วสองสามครั้ง ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยเอาเช็คทั้งสามฉบับตามฟ้องที่มีลายมือชื่อของนายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นผู้สั่งจ่ายกรอกจำนวนเงินลงในเช็คมอบให้โจทก์ร่วมเป็นการชำระหนี้ค่ากรอบมุ้งลวดที่จำเลยซื้อมาจากโจทก์ร่วม โดยจำเลยอ้างต่อโจทก์ร่วมว่าชื่อของนายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย เป็นนามแฝงของจำเลยที่ใช้กับธนาคารคดีฟังได้ว่าจำเลยออกเช็คที่มีลายมือชื่อนายแสง แสงสัมฤทธิ์ชัยเป็นผู้สั่งจ่ายชำระหนี้ค่ากรอบมุ้งลวดให้แก่โจทก์ร่วม โดยแสดงว่าจำเลยมีชื่อที่ใช้กับธนาคารว่า แสง แสงสัมฤทธิ์ชัย โดยเจตนาจะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1641/2517
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นายสมพร ภู่พาณิชย์ โจทก์
นายชัยพงษ์ อัครศิริพงษ์พันธ์ หรือแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายสมพร ภู่พาณิชย์ · จำเลย - นายชัยพงษ์ อัครศิริพงษ์พันธ์ หรือแสง แสงสัมฤทธิ์ชัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สงวน สิทธิไชย · สุธรรม วรรณแสง · สนิท บริรักษ์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา