คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ไม้ยางนาเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามกฎหมาย เนื่องจากถูกกำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2505 และถือเป็นไม้อื่นตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ที่แก้ไขเพิ่มเติม
ย่อคำพิพากษา
พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 5 บัญญัติว่า ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้อื่นในป่าจะให้เป็นไม้ห่วงห้ามประเภทใดให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา เมื่อไม้ยางนาถูกกำหนดให้เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. โดยพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2505 ไม้ยางนาจึงเป็นไม้อื่นตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2505 ม.4 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.19
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจร่วมกันแปรรูปไม้ยางนาโดยใช้เลื่อยเลื่อยออกเป็นแผ่น รวม ๙ แผ่น ปริมาตรเนื้อไม้ ๑.๕๒ ลูกบาศก์เมตร แล้วจำเลยร่วมกันมีไม้หวงห้ามดังกล่าวไว้ในความครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและมิได้รับการยกเว้นใด ๆ ตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗,๔๘,๗๓,๗๔,๗๔ ทวิ , ๗๔ จัตวา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕,๑๗,๑๘ ;(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙,๒๘ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓,๙๑ ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ข้อที่ ๔ และฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ ริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ไม้ยางนาของกลางเป็นไม้หวงห้ามโดยพระราชกฤษฎีกาจึงเป็นไม้หวงห้ามประเภทอื่น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗,๔๘,๗๓,๗๔,๗๔ ทวิ , ๗๔ จัตวา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕,๑๗,๑๘; (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๑๙,๒๘ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓,๙๑ ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ข้อที่ ๔ และฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา ๗๓ วรรคแรก ฐานแปรรูปไม้หวงห้าม จำคุกคนละ ๔ เดือน และปรับคนละ ๘๐๐ บาท ฐานมีไม้แปรรูปหวงห้าม จำคุกคนละ ๒ เดือน และปรับคนละ ๖๐๐ บาท รวมจำคุกคนละ ๖ เดือนและปรับคนละ ๑,๔๐๐ บาท ลดโทษคนละกึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๓ เดือน และปรับคนละ ๗๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ ของกลางริบ
โจทก์อุทธรณ์ว่า ไม้ยางนาของกลางเป็นไม้ยางตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งต้องโทษตามมาตรา ๗๓ วรรค ๒ ศาลชั้นต้นลงโทษต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕ บัญญัติว่า "ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้อื่นในป่าจะให้เป็นไม้ห่วงห้ามประเภทใดให้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา" และได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. ๒๕๐๕ มาตรา ๔ บัญชีที่ ๓ อันดับ ๑๐๖ กำหนดให้ไม้ยางนาเป็นไม้หวงห้าม ตามความในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ถ้าไม้ยางกับไม้ยางนาเป็นไม้อย่างเดียวกัน ก็หาจำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้เช่นนี้อีกไม้ ดังนั้น เมื่อไม้ยางนาที่โจทก์ฟ้อง ถูกกำหนดให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทก. โดยพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ไม้ยางนาจึงเป็นไม้อื่นตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗ ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2519
พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์
นายบันลูน พรหมบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · ล. - นายบันลูน พรหมบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดยโสธร - นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา