⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 894/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เงินค่าจ้างล่วงหน้าถือเป็นรายรับที่ต้องเสียภาษีการค้าจนกว่าจะมีการเลิกสัญญาและตกลงคืนเงินดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้รับเงินค่าจ้างล่วงหน้าจากกรมทางหลวงในการรับเหมาสร้างทาง และโจทก์มีรายได้อย่างอื่นอีก แต่โจทก์ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีการค้า เจ้าพนักงานประเมินจึงแจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล เงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คงวินิจฉัยให้ลดเบี้ยปรับลงบางส่วน ปรากฏว่า หลังจากคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์แล้ว โจทก์ตกลงคืนเงินค้าจ้างล่วงหน้าให้กรมทางหลวงไป ดังนี้ ขณะที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์เสียภาษีการค้านั้น โจทก์กับกรมทางหลวงยังไม่ได้เลิกสัญญากัน และโจทก์ยังไม่ตกลงคืนค่าจ้างล่วงหน้าให้กรมทางหลวง เงินค่าจ้างล่วงหน้าดังกล่าวยังเป็นรายรับของโจทก์ การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์เสียภาษีการค้า จึงเป็นการประเมินและวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลจะพิพากษาให้เพิกถอนการประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ได้ แต่ต่อมาเมื่อโจทก์และกรมทางหลวงตกลงเลิกสัญญาจ้างเหมาสร้างทางกัน และโจทก์ตกลงคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้กรมทางหลวงแล้ว โจทก์ก็ไม่ต้องเสียภาษีการค้าในเงินค่าจ้างล่วงหน้าดังกล่าว การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินค่าจ้างล่วงหน้าจึงไม่มีผลบังคับให้โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าต่อไปอีก ศาลย่อมพิพากษาว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินค่าจ้างล่วงหน้ารวมทั้งภาษีบำรุงเทศบาล เงินเพิ่ม และดอกเบี้ยปรับ ไม่มีผลบังคับ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากร ม.9 ประมวลรัษฎากร ม.30 ประมวลรัษฎากร ม.79

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เงินค่าจ้างล่วงหน้าที่โจทก์ได้รับจากกรมทางหลวง ๒ รายการคือ ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท และ ๓,๙๔๒,๐๘๔ บาท เป็นเงินที่กรมทางหลวงมอบให้โจทก์ไว้เพื่อให้ปฏิบัติงานตามที่ตกลงรับจ้าง เงินดังกล่าวยังเป็นของกรมทางหลวง โจทก์ไม่มีสิทธินำไปใช้ในกิจการอื่น จึงมิใช่รายรับของโจทก์ที่จะต้องเสียภาษีการค้า ทั้งต่อมาโจทก์และกรมทางหลวงก็ได้เลิกสัญญากันแล้วโดยโจทก์ต้องคืนเงินจำนวนนั้นให้กรมทางหลวง แต่จำเลยได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินดังกล่าวจึงไม่ชอบ โจทก์มีรายได้สำหรับเสียภาษีการค้าเพียง ๗๒๓,๐๙๙.๕๙ บาท ซึ่งโจทก์ได้ผ่อนผันการเสียภาษีต่อจำเลยแล้ว จำเลยยังให้โจทก์ชำระเบี้ยปรับด้วยจึงไม่ชอบ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ โดยให้โจทก์เสียภาษีการค้าประจำเดือนมกราคม ๒๕๑๗ จาก รายรับ ๗๒๓,๐๙๙.๕๙ บาท กับภาษีบำรุงเทศบาล และเงินเพิ่มตามกฎหมาย จำเลยให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว โจทก์ จะยกเหตุที่กรมทางหลวงเลิกสัญญาหลังการพิจารณาสิ้นสุดลงแล้วมาเป็นข้ออ้างให้ศาลยกเลิกการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในจำนวนเงินค่าจ้างล่วงหน้า ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท ที่โจทก์ได้คืนให้แก่กรมทางหลวงไป คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยทั้งห้าต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยทั้งห้าฎีกาว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินจำนวน ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท ที่โจทก์ได้รับล่วงหน้าจากกรมทางหลวงในการรับเหมาสร้างทางสายพะเยาว์ - ดอกคำใต้ - เชียงคำ ไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าขณะที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินจำนวน ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท นั้น โจทก์และกรมทางหลวงยังไม่ได้ตกลงเลิกสัญญาสร้างทางสายพะเยา - ดอกคำใต้ - เชียงคำ และโจทก์ยังไม่ได้ตกลงคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้า ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท ให้แก่กรมทางหลวง เงินค่าจ้างล่วงหน้าดังกล่าวยังเป็นรายรับของโจทก์ที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินค่าจ้างล่วงหน้า ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท จึงเป็นการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย จะเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ได้ แต่ต่อมาเมื่อโจทก์และกรมทางหลวงตกลงเลิกสัญญาจ้างเหมาสร้างทางหลวงสายพะเยา - ดอกคำใต้ - เชียงคำ และโจทก์ตกลงคืนเงินค่าจ้างล่วงหน้า ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท ให้กรมทางหลวงแล้ว โจทก์ก็ไม่ต้องเสียภาษีการค้าในเงินค่าจ้างล่วงหน้าดังกล่าว การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำนวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินจำนวน ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท จึงไม่มีผลบังคับให้โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าต่อไปอีก พิพากษาแก้เป็นว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้าในเงินจำนวน ๓,๐๔๓,๑๒๐ บาท รวมทั้งภาษีบำรุงเทศบาลเงินเพิ่มและเบี้ยปรับไม่มีผลบังคับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 894/2521 บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด ฯ โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด ฯ · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอภินย์ ปุษปาคม · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1307-1308/2531ฎีกา 5157/2537ฎีกา 5607/2550ฎีกา 8273/2551ฎีกา 577/2508ฎีกา 439/2508ฎีกา 2439/2531ฎีกา 4604/2533ฎีกา 3801/2534ฎีกา 42/2518ฎีกา 2653/2541ฎีกา 3033/2544ฎีกา 3049/2540ฎีกา 4708/2542ฎีกา 2227/2534ฎีกา 350/2531ฎีกา 2230/2544ฎีกา 888/2519ฎีกา 85/2529ฎีกา 2518/2540ฎีกา 3148/2535ฎีกา 5251/2534ฎีกา 8298/2557ฎีกา 1466/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา