คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2911/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทางหลวงตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 หมายรวมถึงอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางที่จัดไว้ในเขตทางหลวงเพื่อประโยชน์แก่งานทางนั้นด้วย
ย่อคำพิพากษา
ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 2 บัญญัติว่า ทางหลวง หมายความรวมถึงอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงและเพื่อประโยชน์แก่งานทางนั้นด้วย ดังนั้น ที่ทำการพัสดุทางหลวง ซึ่งจำเลยปลูกสร้างลงในที่พิพาทเป็นอาคารที่เก็บสิ่งของวัสดุที่ใช้ในกิจการงานทางเพื่อประโยชน์แก่ทางหลวงแผ่นดินสายธนบุรี - ปากท่อ จึงอยู่ในความหมายของคำว่า ทางหลวงตามบทนิยามข้างต้นคำว่าเขตทางหลวงตามบทนิยามย่อมมีความหมายครอบคลุมถึงเขตที่ดินที่สร้างพัสดุทางหลวงด้วย หาใช่เฉพาะเขตที่ดินที่ใช้สร้างทางเพื่อการจราจรไม่ การเวนคืนที่พิพาทในเขตโฉนดของโจทก์จึงเป็นไปโดยชอบตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 225 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2515 ข้อ 1 แล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเอาคืน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่ 225 ม.1 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ม.2 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2483 ม.41 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2483 ม.47
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๖๘๒ ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร เนื้อที่ ๔ ไร่ ๒๔ ตารางวา ซึ่งถูกเวนคืนสร้างทางหลวงสายธนบุรี-ปากท่อ โดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๒๕ โดยได้สร้างเป็นทางหลวงดังกล่าว ๑ ไร่ ๓ งาน ๖๖ ตารางวา ส่วนที่เหลือ ๒ ไร่ ๕๘ ตารางวา ซึ่งอยู่นอกเขตทางหลวง จำเลยใช้สร้างที่ทำการพัสดุทางหลวง ซึ่งไม่มีอำนาจกระทำได้ตามกฎหมาย ขอให้ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปกระทำการใดๆ ในที่ดินของโจทก์ส่วนนั้น
จำเลยให้การว่าที่ดินของโจทก์ถูกประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๒๕ พ.ศ. ๒๕๑๕ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๔๑,๔๗ เวนคืนให้กรมทางหลวงทั้งแปลงเพื่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๓๕ สายธนบุรี - ปากท่อ ส่วนหนึ่งส่วนที่เหลือ ๒ ไร่ ๕๘ ตารางวา ที่จำเลยใช้สร้างที่ทำการพัสดุทางหลวงนั้น จำเลยมีอำนาจทำได้ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๙๕ พ.ศ. ๒๕๑๕
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าที่พิพาทที่ใช้สร้างพัสดุทางหลวงตกเป็นของจำเลยตามกฎหมาย พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ว่าที่พิพาทมิได้อยู่ในเขตทางหลวง จำเลยไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเวนคืนที่พิพาทเพื่อสร้างพัสดุทางหลวง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๖๘๒ ของโจทก์ถูกเวนคืนเพื่อสร้างถนนสายธนบุรี - ปากท่อ โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตทางหลวง ดังกล่าว พ.ศ. ๒๕๐๘ ใช้บังคับ ต่อมามีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๒๕ พ.ศ. ๒๕๑๕ ใช้บังคับ ให้มีผลเช่นเดียวกับพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๔๑,๔๗ และ มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๙๕ พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๔๘๒ โดยให้ใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๙๕ นั้นแทน ที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนใช้สร้างทางหลวง ๑ ไร่ ๓ งาน ส่วนที่เหลือคือที่พิพาทใช้สร้างที่ทำการพัสดุทางหลวง ปัญหามีว่าที่พิพาทซึ่งถูกเวนคืนนำมาใช้สร้างพัสดุทางหลวงชอบหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒๙๕ พ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๒ บัญญัติว่า "ทางหลวงหมายความว่าทางหรือถนนซึ่งจัดไว้เพื่อประโยชน์ในการจราจรสาธารณะทางบก ฯลฯ และให้หมายความรวมถึงอาคารหรือสิ่งอื่นอันเป็นอุปกรณ์งานทางบรรดาที่ได้จัดไว้ในเขตทางหลวงและเพื่อประโยชน์แก่งานทางนั้นด้วย" ดังนั้น พัสดุทางหลวงที่จำเลยสร้างในที่พิพาทเป็นอาคารสำหรับเก็บสิ่งของวัสดุที่ใช้ในกิจการงานทางเพื่อประโยชน์แก่ทางหลวงสายดังกล่าว จึงอยู่ในความหมายของคำว่าทางหลวงตามบทนิยมข้างต้น คำว่าเขตทางหลวงในบทนิยามย่อมมีความหมายครอบคลุมถึงเขตที่ดินที่สร้างพัสดุทางหลวงด้วย การเวนคืนที่ดินตามโฉนด ๖๖๘๒ ของโจทก์ จึงเป็นไปโดยชอบตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๒๕ คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2911/2522
นางสุมินทร์ เตชะนิธิสวัสดิ์ โจทก์
กรมทางหลวง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสุมินทร์ เตชะนิธิสวัสดิ์ · ล. - กรมทางหลวง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภักดิ์ บุณย์ภักดี · สีห์ คลายนสูตร · ภิญโญ ธีรนิติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า อำพันแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา