คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2146/2523
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนตามระเบียบข้อบังคับฯ จะต้องมีผู้แทนสหภาพแรงงานเข้าร่วมก็ต่อเมื่อมีการจับกุมคนงานหรือสมาชิกสหภาพแรงงานเท่านั้น หากเป็นการสอบสวนเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยโดยไม่มีการจับกุม ก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้แทนสหภาพแรงงานเข้าร่วม
ย่อคำพิพากษา
แม้ระเบียบข้อบังคับของกรมโรงงานอุตสาหกรรมผู้ให้จำเลยเช่าโรงงานจะวางข้อกำหนดให้มีการสอบสวนโดยมีผู้แทนสหภาพแรงงานของโรงงานเข้าร่วมด้วยเมื่อมีการจับกุมคนงานหรือสมาชิกสหภาพแรงงานของโรงงานในกรณีที่สงสัยว่ากระทำการทุจริตในบริเวณโรงงานแต่กรณีของโจทก์หาได้มีการจับกุมโจทก์หรือผู้ใดไม่จำเลยตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาโทษโจทก์ทั้งสองทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเท่านั้นกรณีจึงไม่ต้องตั้งผู้แทนสหภาพแรงงานเข้าร่วมสอบสวนด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานโดยมิชอบ ขอให้ศาลเพิกถอนหรือยกเลิกคำสั่งดังกล่าว และให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามตำแหน่งหน้าที่และเงินเดือนกับรายได้อื่น ๆ ตามเดิม ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานโดยชอบ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ว่าตามเอกสารหมาย จ.26 ข้อ 4 ระบุว่า "การจับกุมคนงานหรือสมาชิกสหภาพแรงงานโรงงานสุราบางยี่ขันในกรณีที่สงสัยว่ากระทำการทุจริตในบริเวณโรงงานฯ ที่แผนกยามรักษาการณ์เป็นเจ้าของเรื่อง ให้รีบรายงานเพื่อพิจารณาดำเนินการสอบสวนตามระเบียบ โดยมีผู้แทนสหภาพแรงงานโรงงานสุราบางยี่ขัน 1 นาย เข้าร่วมในการสอบสวนเพื่อความเป็นธรรมด้วย" จำเลยกล่าวอ้างว่า มีการยักยอกสุราในบริเวณโรงงานไป ถือว่ามีการกระทำทุจริตเกิดขึ้นแล้ว โจทก์ทั้งสองเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานโรงงานสุราบางยี่ขัน แต่การสอบสวนโจทก์ทั้งสองไม่มีสมาชิกของสหภาพแรงงานมาร่วมสอบสวนด้วย จำเลยแต่งตั้งกรรมการอื่น การสอบสวนจึงไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับที่กำหนดไว้ ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีที่จะต้องมีผู้แทนสหภาพแรงงานเข้าร่วมในการสอบสวนตามหนังสือของรองผู้อำนวยการทั่วไปของจำเลยที่ 1 เอกสารหมาย จ.26 ข้อ 4 นั้น ต้องเป็นเรื่องที่มีการจับกุมคนงานหรือสมาชิกสหภาพแรงงานในกรณีที่สงสัยว่ากระทำการทุจริตในบริเวณโรงงาน แต่กรณีของโจทก์หาได้มีการจับกุมโจทก์ทั้งสองหรือผู้ใดไม่ หากเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 พบว่าโจทก์ทั้งสองร่วมกับพวกกระทำการทุจริตยักยอกนำเอาสุราแม่โขงออกไปจากโรงงาน จำเลยที่ 1 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาโทษโจทก์ ทั้งสองทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเท่านั้น กรณีจึงไม่ต้องตั้งผู้แทนสหภาพแรงงานเข้าร่วมสอบสวนด้วยการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2146/2523
นายณรงค์ ลาภเจริญ กับพวก โจทก์
บริษัท สุรามหาคุณ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายณรงค์ ลาภเจริญ กับพวก · จำเลย - บริษัท สุรามหาคุณ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภิญโญ ธีรนิติ · ธาดา วัชรานันท์ · วัฒน์ ผดุงจิตร |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา